จิตตะ เวลธ์ ชวนคว้าจังหวะเติบโตกับอนาคตเศรษฐกิจแดนมังกร

Date:

นายตราวุทธิ์ เหลืองสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ จัดการกองทุน จิตตะ เวลธ์ จำกัด (บลจ.) สตาร์ตอัปสัญชาติไทยที่มีจำนวนกองทุน ส่วนบุคคลภายใต้การบริหารมากที่สุดในประเทศ เปิดเผยว่า ในช่วงตลาดหุ้นจีนปรับ ตัวลงแรงในเวลานี้ ถือเป็นจังหวะเหมาะ ในการสะสมหุ้นจีน เนื่องจากเป็นการปรับลด จากปัจจัยระยะสั้นมากกว่า แต่หากพิจารณาปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจในระยะยาว จะพบว่าเศรษฐกิจจีนยังมีแนวโน้มการเติบโตที่ดี
โดยเฉพาะนโยบายในระยะ 5 ข้างหน้าที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้เอ่ยใน สุนทรพจน์ที่กล่าวในงานประชุมผู้แทนระดับชาติแห่งพรรคคอมมิวนิสต์จีน ครั้งที่ 20 ที่เพิ่งผ่านพ้นไป จะพบว่ามีการเน้นย้ำคำว่า ‘เทคโนโลยี’ ถี่มากขึ้นกว่าในอดีตหลาย เท่าตัว สะท้อนความพยายามผลักดันให้เศรษฐกิจ จีนผงาดขึ้นมาเป็นเบอร์หนึ่งด้าน เศรษฐกิจเทียบเคียงกับสหรัฐฯ ในระยะ 5 ปี ข้างหน้าย่อมต้องมีอุตสาหกรรม เทคโนโลยีจีนขึ้นเป็นจ่าฝูงหนุนให้เศรษฐกิจจีนขึ้นไปท้าชิงเบอร์หนึ่งของโลกได้

“การกล่าวสุนทรพจน์ครั้งนี้มีความชัดเจนที่จีนจะเดินหน้ากลยุทธ์การขับเคลื่อนประเทศด้วยนวัตกรรมและผลักดันการเติบโตของเศรษฐกิจจีนในอนาคต ด้วยความสามารถจากภายในทั้งบุคคลากรด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สร้าง ระบบนิเวศนวัตกรรมที่เปิดกว้างและแข่งขันได้ทั่วโลก เป็นผู้บุกเบิก และเป็นต้นแบบ ของการวิจัยและพัฒนาทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในสาขาที่สำคัญ รวมถึงจะเร่งผลักดันจีนให้เป็นศูนย์กลางด้านนวัตกรรมอีกด้วย”

นายตราวุทธิ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมารัฐบาลจีนมีการสนับสนุนอุตสาหกรรม เทคโนโลยีผ่านแผนพัฒนาประเทศ 5 ปีฉบับที่ 14 และนโยบาย Made in China 2025 ที่ผลักดันให้จีนก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีการผลิต จีนได้เพิ่มงบประมาณวิจัย และพัฒนาอย่างน้อย 7% ต่อปี โดยในปี 2020 ประเทศจีนมีงบประมาณในการวิจัย และพัฒนาคิดเป็น 2.4% ของ GDP หรือคิดเป็น 563 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ถือว่าเป็นประเทศที่มีงบประมาณในการวิจัยและพัฒนามากเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากสหรัฐฯ จีนมีรายจ่ายด้านวิจัยและพัฒนาด้านเทคโนโลยีคิดเป็น 76% ของรายจ่ายด้านวิจัยและพัฒนาทั้งหมด ในปี 2021 เพิ่มขึ้นจาก 50% ในปี 2012

การที่รัฐบาลจีนกำลังทุ่มสรรพกำลังทั้งเงินทุน พร้อมทั้งคน เพื่อสนับสนุน การพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีจีนอย่างจริงจัง ทำให้บริษัทเทคโนโลยีของจีนเติบโต โดดเด่นจนก้าวขึ้นมาเทียบชั้นยักษ์ใหญ่อย่างสหรัฐอเมริกาได้ในเวลาเพียงไม่กี่ปี บริษัทเทคโนโลยีจีนที่มีส่วนแบ่งตลาดสูงเช่น Union Pay ธุรกิจบัตรเครดิตที่มีส่วนแบ่ง ตลาด 45% หรือแม้กระทั่งแพลตฟอร์มสังคมออนไลน์ที่กำลังจะโค่น Facebook ลงได้อย่าง Tiktok ด้วยยอด 656 ล้านดาวน์โหลดในปี 2021 หรือธุรกิจแห่งอนาคต อย่างรถยนต์พลังงานสะอาดก็มี BYD Auto Co., Ltd. ที่ครองส่วนแบ่งตลาด 16.9% ของโลกเป็นต้น

แม้ในปี 2564 ที่ผ่านมาหุ้นเทคโนโลยีจีนจะได้รับแรงกดดันจากนโยบาย Common Prosperity แต่ในปีนี้เองทางการเริ่มผ่อนคลายแรงกดดันลงอย่างชัดเจน จึงจะเห็นได้ว่าหุ้นเทคโนโลยีจีนได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั่วโลก
ขณะที่ขนาดของตลาดในประเทศที่มีประชากรกว่า 1.4 พันล้านคน ยังสร้าง ความได้เปรียบต่อการเติบโตของบริษัทสตาร์ทอัพ เพราะการเติบโตของบริษัท เทคโนโลยีเน้นการขยายตัวของผู้ใช้งานเป็นหลัก ขณะที่บางมณฑลของจีนมีประชากร เกินกว่า 100 ล้านคนเทียบเท่ากับประเทศใหญ่ประเทศหนึ่งเลยทีเดียว ซึ่งประชาชน จีนมีการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต 1,032 ล้านคนในปี 2021 มีผู้ใช้งานสมาร์ทโฟน 953 ล้านคน ในขณะที่มีผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนที่รองรับ 5G เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูล ล่าสุดในเดือนพฤษภาคม สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ในตลาดกว่า 85% รองรับเทคโนโลยี 5G ปัจจุบันจีนเป็นประเทศที่มีโครงข่ายสัญญาณ 5G มากที่สุดในโลกอยู่ที่ 2 ล้านเสาสัญญาณ

“จีนมีความพร้อมด้านเงินทุน และประชากร สนับสนุนให้บริษัทเทคโนโลยีจีน เติบโต รุดหน้าอย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่กี่ปี โดยเฉพาะสตาร์ตอัปจากจีน ซึ่งส่วนใหญ่จะระดมทุนผ่าน Private Equity และ Venture Capital หรือ PEVC ซึ่งจีนเป็นประเทศที่มี PEVC ลงทุนในสตาร์ทอัพมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก ปี 2021 ด้วยมูลค่าการลงทุน 131 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และอยู่ในอุตสาหกรรม เซมิคอนดักเตอร์มีมูลค่าสูงถึง 8.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้จีนมีสตาร์ทอัพ ระดับยูนิคอร์น (มูลค่าตลาดมากกว่า 1 พัน ล้านดอลลาร์สหรัฐ) อยู่ที่ 174 บริษัท มากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจาก สหรัฐฯ”

ด้วยโอกาสที่หุ้นเทคโนโลยีจีนจะเติบโตได้สูงล่าสุดบริษัทจึงได้เปิดแผนการลง ทุนในกองทุนส่วนบุคคลใหม่ ‘Jitta Ranking หุ้นเทคโนโลยีจีน’ เพื่อรับโอกาสการ เติบโตทางเศรษฐกิจด้วยอุตสาหกรรมเทคโนโลยีของจีน และยังช่วยนักลงทุนเพิ่ม ทางเลือกในการกระจายความเสี่ยงพอร์ตลงทุนและรับผลตอบแทนสูงอีกด้วย โดยจะคัดกรองหุ้นจีนประเภท A-share ของบริษัทเทคโนโลยีที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลัก ทรัพย์เซี่ยงไฮ้ (SSE) และตลาดหลักทรัพย์เซินเจิ้น (SZSE) ที่มีรายได้เติบโตต่อเนื่อง ด้วยอัลกอริทึมของ AI ที่จะคัดเลือกหุ้นดีราคาถูก และปรับพอร์ตของคุณโดยอัตโนมัติ ทุก 3 เดือน ซึ่งจะสร้างความมั่นใจได้ว่า นักลงทุนจะได้ลงทุนใน ‘หุ้นคุณภาพดี ราคาเหมาะสม และมีโอกาสเติบโตสูง’ อยู่เสมอ

ปัจจุบันกองทุนส่วนบุคคล Jitta Ranking มีนโยบายลงทุนให้นักลงทุนได้เลือก ทั้งหมด 8 นโยบายด้วยกัน ประกอบด้วยหุ้นไทย หุ้นเวียดนาม หุ้นญี่ปุ่น หุ้นจีน หุ้น สหรัฐฯ หุ้นเทคโนโลยีสหรัฐ หุ้นสุขภาพสหรัฐ โดยวงเงินลงทุนขั้นต่ำใน Jitta Ranking เริ่มต้นที่ 500,000 บาท เพิ่มทุนครั้งละ 50,000 บาท

ทั้งนี้จากการทดสอบผลตอบแทนย้อนหลัง (Back Test) เป็นเวลา 10 ปี (2555 – 2564) แผนลงทุน Jitta Ranking หุ้นเทคโนโลยีจีนสามารถทำผลตอบแทนเฉลี่ย แบบทบต้นได้ถึง 19.02% ต่อปีหลังหักค่าใช้จ่ายและรวมปันผลแล้ว ซึ่งสูงกว่าผลตอบ แทนของดัชนี CSI300 Total Return ที่ทำได้เพียง 10.06% ต่อปีในช่วงเดียวกัน เป็นเครื่องยืนยันว่าการลงทุนหุ้นเทคโนโลยีจีนกับ Jitta Ranking ช่วยให้เงินลงทุน เติบโตได้ชัดเจนในระยะยาว

“การลงทุนในกองทุนส่วนบุคคล Jitta Ranking หุ้นเทคโนโลยีจีน จะเป็นหนึ่ง ในกลยุทธ์การกระจายความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสปั้นพอร์ตเติบโตให้นักลงทุน เนื่องจาก AI จะช่วยนักลงทุนขจัดอุปสรรคในการติดตามข่าว วิเคราะห์งบการเงิน และกฎระเบียบการลงทุนอันเข้มงวดสำหรับนักลงทุนต่างชาติของจีน โดย AI จะเลือกสรรและปรับพอร์ตลงทุนให้อัตโนมัติ เพิ่มความสะดวกให้นักลงทุน”
สำหรับผู้ที่สนใจลงทุนในกองทุนส่วนบุคคล Jitta Wealth นโยบายการลงทุน Jitta Ranking หุ้นเทคโนโลยีจีน ของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน จิตตะ เวลธ์ จำกัด สามารถดูข้อมูลได้ที่ https://jitta.co/3TDrafP หรือปรึกษาผู้แนะนำการลงทุน ได้ที่ LINE @JittaWealth

Share post:

spot_img
spot_img

Related articles

กรมศุลกากร ยึดกระเป๋าหรูปลอม 169 ใบ มูลค่าเสียหาย 4.4 ล้านบาท

กรมศุลกากร ตรวจยึดกระเป๋าละเมิดเครื่องหมายการค้า 169 ใบ มูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจกว่า 4.4 ล้านบาท

ผู้นำเข้ารถยนต์ไฟฟ้า ปรับแผนรับโครงสร้างภาษี EV ใหม่ 

MGC-ASIA และ XPENG ยืนยันความเชื่อมั่นในประเทศไทย พร้อมเตรียมแผนรับโครงสร้างภาษี EV ใหม่ มุ่งพัฒนาธุรกิจและศึกษาการลงทุนระยะยาว

รัฐบาล เดินหน้ายกระดับเกษตรไทย สู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ

รัฐบาล เดินหน้ายกระดับเกษตรไทยสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ขับเคลื่อน Net Zero 2050 นายกฯ สั่งเร่งพัฒนาแหล่งน้ำ–เกษตรอัจฉริยะ ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิตและรายได้เกษตรกร

ครม. เห็นชอบกู้เงินให้ รฟท. ใช้ 18,000 ล้านบาท

ครม. เห็นชอบกู้เงินให้ รฟท. ใช้ 18,000 ล้านบาท เนื่องจากรายได้ไม่พอกับรายจ่ายดำเนินงาน