Kubix ชี้โทเคนดิจิทัลไทย 1.7 ล้านล้านบาท ภายในปี 2573

Date:

บริษัท คิวบิกซ์ ดิจิทัล แอสเสท จำกัด (kubix) ผู้ให้บริการระบบเสนอขายโทเคนดิจิทัล (ICO Portal) ชั้นนำของไทย ร่วมกับโอนิกิริ แคปิทัล (Onigiri Capital) กองทุนร่วมลงทุนในเครือเซย์ซอน แคปิทัล (Saison Capital) หน่วยงานด้านการลงทุนของกลุ่มบริษัทเครดิต เซย์ซอน ประเทศญี่ปุ่น เผยแพร่รายงานวิจัยเชิงลึก “Project Thara: Institutionalizing Real-World Asset Tokenization-Where Thailand’s Real Economy Meets Digital Capital” การยกระดับการแปลงสินทรัพย์ในโลกจริงเป็นโทเคนดิจิทัลในระดับสถาบัน เพื่อวิเคราะห์ศักยภาพและทิศทางการเติบโตของตลาดการแปลงสินทรัพย์เป็นโทเคนดิจิทัลในประเทศไทย คาดมีมูลค่าโอกาสทางเศรษฐกิจสูงถึง 51,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1.7 ล้านล้านบาท ภายในปี 2573

นางสาวอัศวิณี ศรีสมบูรณานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท คิวบิกซ์ ดิจิทัล แอสเสท จำกัด (Kubix) เปิดเผยว่า ตลาดการแปลงสินทรัพย์เป็นโทเคนดิจิทัล (RWA Tokenization) ทั่วโลกมีแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีการคาดการณ์มูลค่าตลาดรวมที่อาจขยับเพิ่มขึ้นถึง 16 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (530 ล้านล้านบาท) ภายในปี 2573 สะท้อนให้เห็นว่าการนำสินทรัพย์ในโลกปัจจุบันมาบริหารจัดการบนระบบดิจิทัลกำลังกลายเป็นแนวทางมาตรฐานใหม่ของตลาดทุนสากล Kubix จึงได้ร่วมกับโอนิกิริ แคปิทัล (Onigiri Capital) กองทุนร่วมลงทุนในเครือเซซง แคปิทัล (Saison Capital)  หน่วยงานด้านการลงทุนของกลุ่มบริษัทเครดิต เซซง ประเทศญี่ปุ่น เผยแพร่รายงานวิจัยเชิงลึก “Project Thara: Institutionalizing Real-World Asset Tokenization-Where Thailand’s Real Economy Meets Digital Capital” เพื่อวิเคราะห์โอกาสและศักยภาพของการยกระดับการแปลงสินทรัพย์ในโลกจริงเป็นโทเคนดิจิทัลในระดับสถาบัน

จากรายงานดังกล่าว พบว่า ตลาดการแปลงสินทรัพย์เป็นโทเคนดิจิทัลในประเทศไทย  มีโอกาสเติบโตไปถึง มูลค่า 51,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1.7 ล้านล้านบาท ภายในปี 2573 แสดงให้เห็นถึงศักยภาพการขยายตัวที่สำคัญ โดยอาศัยจุดแข็งทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล กรอบกฎหมายและการกำกับดูแลที่ชัดเจน รวมถึงความเชื่อมั่นในระบบสถาบันการเงิน หัวใจสำคัญคือการยกระดับจากการทดลองสู่การนำมาใช้งานจริงอย่างเป็นระบบ เพื่อเชื่อมโยงเศรษฐกิจจริงเข้ากับทุนดิจิทัลอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ ซึ่งจะช่วยเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระดับภูมิภาค

นาย ฉิน เอิน ลุย กรรมการผู้จัดการด้านการลงทุนของโอนิกิริ แคปิทัล (Onigiri Capital) กล่าวเพิ่มเติมว่า การเปลี่ยนผ่านของสินทรัพย์ทั่วโลกไปสู่โทเคนดิจิทัลกำลังเข้าสู่ช่วงของการใช้งานจริงในวงกว้าง จากเดิมที่อยู่ในระยะเริ่มต้นของการทดลอง โดยประเทศไทยอยู่ในตำแหน่งเชิงยุทธศาสตร์ที่โดดเด่นในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว จากแรงสนับสนุนของกรอบการกำกับดูแลที่ชัดเจน โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่แข็งแกร่ง และการมีส่วนร่วมอย่างจริงจังจากภาคสถาบันการเงิน 

สำหรับโอกาสในการไปให้ถึงมูลค่า 51,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐของประเทศไทยนั้น มีรากฐานมาจากกลุ่มสินทรัพย์พื้นฐานทางการเงินที่สำคัญ ตั้งแต่พันธบัตรรัฐบาล ตราสารหนี้ภาคเอกชน ไปจนถึงตราสารหนี้เพื่อความยั่งยืน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการแปลงสินทรัพย์เป็นโทเคนดิจิทัล คือการเข้ามาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับตลาดการเงินเดิม ไม่ใช่การเข้ามาทดแทน โดยการนำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาใช้ในระยะถัดไป จะถูกขับเคลื่อนโดยกลุ่มสถาบันที่ได้รับความเชื่อถือในตลาดทุน ผ่านรูปแบบการใช้งานที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลและสามารถนำไปใช้ได้จริง ซึ่งประเทศไทยได้พิสูจน์แล้วว่าเป็นตลาดที่สามารถทำให้การเปลี่ยนผ่านนี้เกิดขึ้นได้ในวงกว้าง

รายงาน Project Thara ยังได้ประเมินกลุ่มสินทรัพย์ในไทยที่มีความพร้อมในการนำมาดำเนินการแปลงเป็นโทเคนดิจิทัล ภายในปี 2573 ซึ่งครอบคลุมทั้งกลุ่มสินทรัพย์ที่ดำเนินการได้ในปัจจุบันและกลุ่มที่มีศักยภาพขยายตัวตามพัฒนาการด้านกฎระเบียบในอนาคต โดยกลุ่มพันธบัตรรัฐบาลมีมูลค่าโอกาสสูงสุดประมาณ 27,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (8.8 แสนล้านบาท) รองลงมาคือหุ้นกู้ภาคเอกชน 11,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (3.5 แสนล้านบาท) และตราสารหนี้ด้านความยั่งยืน 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (1.6 แสนล้านบาท) นอกจากนี้ ยังรวมถึงโอกาสในกลุ่มการลงทุนในต่างประเทศ 4,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (1.3 แสนล้านบาท) กลุ่มสินเชื่อธุรกิจเอสเอ็มอีหรือบัญชีลูกหนี้การค้า 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (9.8 หมื่นล้านบาท) และกลุ่มอสังหาริมทรัพย์หรือกองทุนโครงสร้างพื้นฐานอีกราว 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (3.2 หมื่นล้านบาท)

ในด้านสภาพแวดล้อมเชิงนโยบาย ประเทศไทยมีพัฒนาการด้านกฎเกณฑ์ที่เป็นปัจจัยสนับสนุนสำคัญต่อทิศทางดังกล่าว สอดคล้องกับแนวทางของสำนักงาน ก.ล.ต. และแผนยุทธศาสตร์ในช่วงปี 2569-2571 ที่เตรียมรองรับกองทุนในรูปแบบโทเคนดิจิทัล (Tokenized Funds) ตลอดจนความคืบหน้าของร่างแก้ไขพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีแล้ว จะเป็นรากฐานสำคัญสำหรับการออกตราสารหนี้และหลักทรัพย์ในรูปแบบโทเคนดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ ขณะที่การเตรียมออกหลักเกณฑ์สำหรับกองทุนซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลในตลาดหลักทรัพย์ (Crypto ETF) และการซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของสินทรัพย์ดิจิทัล (Crypto Futures) ภายในปี 2569 ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของภาครัฐในการวางโครงสร้างพื้นฐานทางกฎหมายเพื่อรองรับการแปลงสินทรัพย์เป็นโทเคนดิจิทัลในระดับสถาบันอย่างเป็นระบบ โดยคิวบิกซ์มีความพร้อมในการทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงภาคเศรษฐกิจจริงกับตลาดทุนดิจิทัลผ่านกระบวนการที่มีมาตรฐาน น่าเชื่อถือ และโปร่งใส

ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดรายงานฉบับเต็มและดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.kubix.co หรือ Facebook: Kubix Digital Asset

เกี่ยวกับ Kubix Digital Asset 

บริษัท คิวบิกซ์ ดิจิทัล แอสเสท (kubix) เป็นบริษัทในเครือบริษัท ออร์บิกซ์ โฮลดิ้งส์ จำกัด (Orbix Holdings) ซึ่งถือหุ้นโดยธนาคารกสิกรไทย ก่อตั้งในปี 2564 และได้รับความเห็นชอบจากสำนักงาน ก.ล.ต. ให้เริ่มประกอบธุรกิจเป็นผู้ให้บริการระบบเสนอขายโทเคนดิจิทัล (ICO Portal) ในประเทศไทย โดยมุ่งเน้นการให้บริการระดมทุนผ่านโทเคนดิจิทัลและเชื่อมต่อโอกาสในการลงทุนรูปแบบใหม่ให้แก่นักลงทุน ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมที่ www.kubix.co

เกี่ยวกับ Onigiri Capital 

โอนิกิริ แคปิทัล (Onigiri Capital) เป็นกองทุนร่วมลงทุนที่ก่อตั้งโดย Saison Capital หน่วยงานด้านการลงทุนขององค์กรภายใต้กลุ่มบริษัท Credit Saison ประเทศญี่ปุ่น มุ่งลงทุนในสตาร์ทอัพด้านบล็อกเชนระยะ Seed และ Series A ในกลุ่ม Stablecoin การชำระเงิน RWA DeFi และโครงสร้างพื้นฐานทางการเงิน พร้อมสนับสนุนผู้ก่อตั้งในการประสานงานกับสถาบันการเงินชั้นนำในเอเชีย ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมที่ www.onigiri.vc  

Share post:

spot_img
spot_img

Related articles

ปตท.สผ. 9 เดือน ปี 2569 มีรายได้ 268,375 ล้านบาท

ปตท.สผ. 9 เดือน ปี 2569 มีรายได้ 268,375 ล้านบาท ส่งรายได้ให้คลัง 70,100 ล้านบาท

รัฐบาลเผย จ.ภูเก็ตแจ้งเคลมประกันภัยพิบัติแล้ว 236 เคส

รัฐบาลเผย จ.ภูเก็ตแจ้งเคลมประกันภัยพิบัติแล้ว 236 เคส ระบุทั่วประเทศอนุมัติสินไหมแล้วกว่า 20 ล้านบาท แจ้งเตือน 4 จ. ภาคใต้ เฝ้าระวังฝนตกหนัก

ไทย-ภูฏาน ลงนามร่วมมือ 3 ฉบับ ธ.ก.ส. ร่วมลงนาม มุ่งส่งเสริมสินเชื่อสีเขียว

ไทย-ภูฏาน ลงนามบันทึกความร่วมมือ 3 ฉบับ ธ.ก.ส. ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจกับธนาคารเพื่อการพัฒนาภูฏาน (BDBL) มุ่งส่งเสริมสินเชื่อสีเขียว และขยายโอกาสทางธุรกิจให้เกษตรกร

นายกฯ อนุทิน ขอบคุณคนไทยใช้น้ำมัน B20 เพิ่มถึงวันละ 3 ล้านลิตร

นายกฯ อนุทิน ปลื้ม ขอบคุณคนไทยร่วมมือเพิ่มการใช้น้ำมัน B20 ถึงวันละ 3 ล้านลิตร