SCB  มองเงินบาทแข็งค่าต่อ หลังการเมืองนิ่งขึ้น

Date:

กนง.

นายวชิรวัฒน์ บานชื่น นักกลยุทธ์ตลาดการเงินอาวุโส ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เงินบาทปรับแข็งค่าแรงถึง 50 สตางค์หลังพรรคภูมิใจไทยชนะการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎรด้วยคะแนนสูงกว่าที่ผู้ร่วมตลาดส่วนใหญ่คาด อีกทั้ง ยังพบว่าอัตราดอกเบี้ยอ้างอิง (THOR) ปรับสูงขึ้นราว 2 bps และดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับสูงขึ้นแรง ซึ่งสถานการณ์ในตลาดการเงินสะท้อนได้ว่า ความเชื่อมั่นของนักลงทุนในตลาดปรับดีขึ้น โดยมองว่าการจัดตั้งรัฐบาลในรอบนี้น่าจะมีเสถียรภาพมากขึ้น การดำเนินนโยบายภาครัฐมีแนวโน้มเป็นไปได้ต่อเนื่อง เพราะพรรคภูมิใจไทยจะได้บริหารประเทศต่อจากก่อนเลือกตั้ง ส่งผลดีต่อความเชื่อมั่นของผู้ร่วมตลาด นอกจากนี้ คาดว่านโยบายภาครัฐน่าจะเป็นแบบ Expansionary โดยน่าจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่อ เช่น คนละครึ่ง Phase2

เงินบาทในระยะต่อไปมีแนวโน้มแข็งค่าต่อได้ โดยมองกรอบที่ราว 30.85-31.35 เนื่องจาก

1 ความไม่แน่นอนทางการเมืองลดลง เพราะคาดว่าพรรคภูมิใจไทยน่าจะเป็นผู้นำในการจัดตั้งรัฐบาลได้เร็ว และความเสี่ยงที่งบประมาณปี 2570 จะถูกประกาศล่าช้ามีน้อยลง เพราะคาดว่าการจัดตั้งรัฐบาลอาจเป็นไปได้อย่างราบรื่น โดยในกรณีฐานคาดว่าอาจล่าช้าเพียงราว 1-2 เดือน ซึ่งน้อยกว่างบฯ ปี 2566 ที่ล่าช้าถึง 7 เดือน

2 Development จากตลาดโลกน่าจะช่วยหนุนให้เงินบาทแข็งค่าต่อ โดยหลังจากที่เกิด Sell-off ในหลายสินทรัพย์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ล่าสุด Sentiment ตลาดดีขึ้น นักลงทุนเข้ามาช้อนซื้อสินทรัพย์ รวมถึงการเข้าซื้อทองคำ ทำให้ราคาทองคำกลับมาสูงขึ้น หนุนบาทแข็ง

3 ดัชนีเงินดอลลาร์สหรัฐมีโอกาสอ่อนค่าลงอีกได้ โดยมองว่าตลาดแรงงานสหรัฐฯ มีแนวโน้มอ่อนแอลง สะท้อนจากเลขการจ้างงานภาคเอกชนที่เริ่มส่งสัญญาณอ่อนแออีกครั้ง ทั้งนี้ ต้องจับตาเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรที่จะประกาศกลางสัปดาห์นี้ โดยตลาดมองว่าอาจปรับดีขึ้น แต่หากเลขจริงออกมาแย่กว่าคาดตามเลขการจ้างงานตัวอื่น ก็อาจทำให้ดัชนีเงินดอลลาร์อ่อนค่าแรง กดดันบาทแข็งค่าต่อ

4 เงินเยนมีความเสี่ยงด้านอ่อนค่าลดลง แม้พรรค LDP ของนางซานาเอะ ทาคาอิจิ ชนะเลือกตั้งแบบ Super majority โดยเงินเยนไม่อ่อนค่ามาก เพราะทาคาอิจิมีท่าทีดำเนินนโยบายที่แข็งกร้าวน้อยลง โดยนโยบายการลดภาษีอาหาร (Sales tax) อาจมีความยืดหยุ่นมากขึ้น และอาจไม่ออกพันธบัตรรัฐบาลเพิ่มขึ้นมาเพื่อใช้ทำ funding จึงทำให้ตลาดคลายความกังวลลง นอกจากนี้ ธนาคารกลางญี่ปุ่นยังสามารถแทรกแซงเงินเยนได้หากอ่อนค่าเร็ว ดังนั้น จะช่วยลดแรงกดดันด้านอ่อนค่าของเงินบาทตามไปด้วย

5 เห็นสัญญาณเงินทุนเคลื่อนย้ายที่ไหลเข้ามาสู่ตลาดการเงินไทย และหากมองไปข้างหน้า คาดว่าเงินทุนเคลื่อนย้ายจะยังไหลเข้าตลาด EM-Asia ซึ่งไทยยังอยู่ในกลุ่มที่อาจได้รับอานิสงส์จากเทรนด์นี้

    สำหรับผู้นำเข้า หาก USDTHB ลงมาที่ระดับราว 30.75-31.25 เป็นระดับที่น่าเข้าซื้อ โดยมองว่า ธปท. น่าจะเข้าไปประคองให้เงินบาทไม่แข็งค่าลงไปมาก เพราะยังมีความสามารถ (Room) ในการเข้าแทรกแซงค่าเงินบาทได้ หลังไทยรอดพ้นจากการถูกจัดเป็น FX manipulator ของกระทรวงคลังสหรัฐฯ

    สำหรับผู้ส่งออก มองว่าหาก USDTHB สูงขึ้นมาที่ระดับราว 31.50-32.00 เป็นระดับที่ขายได้ โดยหากมีปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ดัชนีเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น เช่น เลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ออกมาดีตามที่ตลาดคาด อาจทำให้ดัชนีเงินดอลลาร์กลับมาแข็งค่าขึ้น หรือหากราคาทองคำลดลงอีก อาจกดดันบาทอ่อนค่าได้

    Share post:

    spot_img
    spot_img

    Related articles

    SAM เดินหน้า Social AMC เต็มตัว เดินสายโครงการ ‘ปิดหนี้ไว ไปต่อได้’

    SAM เดินหน้า Social AMC เต็มตัว เดินสายโครงการ ‘ปิดหนี้ไว ไปต่อได้’ ช่วยลูกหนี้เสียรายย่อย ปลดภาระหนี้ กลับเข้าสู่ระบบการเงิน และเริ่มต้นวางแผนชีวิตทางการเงินได้อย่างยั่งยืน

    ‘รมต.ภราดร’ เร่งแก้ปัญหา กยศ. ผิดนัดชำระ 2.6 ล้านคน

    ‘รมต.ภราดร’ เร่งแก้ปัญหา กยศ. ผิดนัดชำระ 2.6 ล้านคน เร่งเรียกเก็บเงินคืนต่อยอดกองทุน ต่อลมหายใจให้น้องๆ

    นายกฯ อนุทิน ตั้งบอร์ดคุมดาต้าเซ็นเตอร์

    นายกฯ อนุทิน ตั้งบอร์ดคุมดาต้าเซ็นเตอร์ เร่งออกกฎหมายเฉพาะ สร้างกติกาเป็นธรรม–คุมผลกระทบไฟฟ้า น้ำ และสิ่งแวดล้อม

    BFPL และ BPT ตรวจสอบระบบท่อส่งน้ำมันบริเวณใต้สะพานยกระดับพระราม 3

    BFPL และ BPT ตรวจสอบระบบท่อส่งน้ำมันบริเวณใต้สะพานยกระดับพระราม 3 เพิ่มเติม โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยและความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่โดยรอบ