ค่าเงินบาท “อ่อนค่าลง” เปิดเช้านี้ 31.60 บาทต่อดอลลาร์ 

Date:

ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) ทยอยอ่อนค่าลงและยังคงแกว่งตัวเหนือโซนแนวต้าน 31.50 บาทต่อดอลลาร์ หลังมีจังหวะแข็งค่าขึ้นเร็วทดสอบโซนแนวรับ 31.30 บาทต่อดอลลาร์ (แกว่งตัวในกรอบ 31.28-31.61 บาทต่อดอลลาร์) จากกระแสข่าวว่า ทางการอิหร่านได้เปิดกว้างในการเจรจากับทางสหรัฐฯ ทำให้ผู้เล่นในตลาดคลายกังวลต่อสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางลงบ้าง ทว่าความคาดหวังของตลาดต่อแนวโน้มการเจรจาของทั้งสองฝ่ายได้ถูกลดทอนลงจากการออกมาปฏิเสธรายงานข่าวดังกล่าวโดยทางสำนักข่าวกึ่งทางการของอิหร่าน 

สำหรับ แนวโน้มของค่าเงินบาท ธนาคารกรุงไทย มองว่า อาจต้องประเมินตามฉากทัศน์ (Scenarios) ต่างๆ ที่อาจเป็นไปได้ ตามผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อ Supply Chain พลังงานโลก 

กรณีที่รุนแรงสุด อิหร่านประกาศปิดช่องแคบ Hormuz อย่างเป็นทางการ เกิน 1 เดือน พร้อมลดกำลังการผลิตลง หรืออาจปิดช่องแคย Hormuz ควบคู่กับการโจมตี Oil Infrastructure ในแถบตะวันออกกลาง ในกรณีนี้ ราคาน้ำมันดิบอาจมี upside เพิ่มเติมอีกราว 20-30 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และอาจเห็นการปรับตัวขึ้นทดสอบโซน 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ได้ อีกทั้ง ราคาน้ำมันดิบอาจอยู่ในระดับสูงได้นาน และหากทรงตัวในระดับสูงเกิน 3 เดือน จะส่งผลกระทบต่อแนวโน้มเงินเฟ้อ ทำให้เงินเฟ้อเสี่ยงเร่งตัวสูงขึ้น และเป็นปัจจัยที่บรรดาธนาคารกลางหลักมองข้ามไม่ได้ ซึ่งจะเพิ่มความเสี่ยงของการเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ย เพื่อสกัดเงินเฟ้อ โดยเฉพาะในฝั่งสหรัฐฯ ทำให้ เราน่าจะเห็นการปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของ FED หรือ ตลาด price-out FED’s rate cut และเพิ่มโอกาสการขึ้นดอกเบี้ยของ FED ส่งผลให้ เงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ อาจปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งจะจำกัดการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำ ทำให้โดยรวม เงินบาทจะเผชิญแรงกดดันด้านอ่อนค่า มากกว่าอานิสงส์แข็งค่าจากราคาทองคำที่สูงขึ้น โดยมีโอกาสเห็นเงินบาทปรับตัวขึ้นทดสอบโซน 32-32.50 บาทต่อดอลลาร์ ได้ในช่วงปลายไตรมาสแรก-ไตรมาสสอง และอาจทรงตัวในระดับสูงดังกล่าวได้นาน จนถึงสิ้นปี (ความเสี่ยงที่อ่อนค่ากว่าคาดมีอยู่)

กรณีรุนแรงปานกลาง อิหร่านประกาศปิดช่องแคบ Hormuz อย่างเป็นทางการ แต่ไม่เกิน 1 เดือน พร้อมลดกำลังการผลิตลงบ้าง หรืออาจปิดช่องแคย Hormuz ควบคู่กับการโจมตี Oil Infrastructure ในแถบตะวันออกกลาง แต่ไม่ได้กระทบต่อกำลังการผลิตของกลุ่ม OPEC อย่างมีนัยสำคัญ ในกรณีนี้ แม้ ราคาน้ำมันดิบอาจมี upside เพิ่มเติมอีกราว 20-30 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และอาจเห็นการปรับตัวขึ้นทดสอบโซน 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ได้ แต่การปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันดิบ อาจอยู่ในระดับสูงได้ไม่นาน โดยหากสถานการณ์ทยอยคลี่คลายลงต่อเนื่อง และมีการเพิ่มกำลังการผลิตจากกลุ่ม OPEC+ เรามองว่า ราคาน้ำมันดิบจะทรงตัวที่ระดับสูงดังกล่าว 1 เดือน ก่อนที่จะทยอยปรับตัวลดลง สู่โซน 70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หรืออาจกลับมาแถว 60-70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลอีกครั้ง ทำให้ในการประเมินทิศทางเงินเฟ้อของบรรดาธนาคารกลาง อาจเป็นการมองภาพ one time off impacts จากราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้น ทำให้ บรรดาธนาคารกลางอาจคงดอกเบี้ยที่ระดับปัจจุบันไปก่อน แต่จะยังไม่เห็นการส่งสัญญาณเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ย หรือผู้เล่นในตลาดจะไม่ได้ price-in ภาพดังกล่าว ส่งผลให้ เงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ อาจปรับตัวสูงขึ้นต่อบ้าง ซึ่งจะจำกัดการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำ ในช่วงระยะแรก ก่อนที่จะย่อตัวลงเล็กน้อย หากสถานการณ์ดูคลี่คลายลง ทำให้โดยรวม เงินบาทจะเผชิญแรงกดดันด้านอ่อนค่าในระยะสั้นก่อน โดยมีโอกาสเห็นเงินบาทปรับตัวขึ้นทดสอบโซน 32-32.50 บาทต่อดอลลาร์ ได้ในช่วงปลายไตรมาสแรก-ไตรมาสสอง จากนั้น หากสถานการณ์ทยอยคลี่คลายลง เรามองว่า เงินบาทมีแนวโน้มกลับมาทยอยแข็งค่าขึ้นบ้าง แต่การแข็งค่าขึ้น อาจเกิดช้าและไม่มาก ซึ่งจะขึ้นกับ การปรับดอกเบี้ยนโยบายการเงินของ FED ว่าสุดท้ายจะคงดอกเบี้ยได้นานกว่าที่เราประเมินไว้ใน base case (เดือนมิถุนายน) หรือไม่ โดยในเบื้องต้น ประเมินว่า เงินบาทอาจแข็งค่าขึ้นทดสอบโซน 31.50-32.00 บาทต่อดอลลาร์ ณ สิ้นปี 

กรณี Base case สถานการณ์ไม่ได้ลุกลามบานปลายและยืดเยื้อ โดยแม้อิหร่านอาจปิดช่องแคบ Hormuz อย่างไม่เป็นทางการ แต่สุดท้าย อิหร่านอาจไม่ได้ใช้กำลังทางทหารในการปิดเส้นทางเดินเรือแบบที่กำลังเป็นอยู่ ในกรณีนี้ ราคาน้ำมันดิบ Brent อาจทรงตัวที่ระดับสูงต่อแถวโซน 80-90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพียงในระยะสั้น ก่อนที่จะทยอยปรับตัวลดลง กลับสู่โซนก่อนช่วงเกิดปัญหาความขัดแย้งแถว 65-70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งภาพดังกล่าวอาจเกิดขึ้นภายในช่วงเวลา 1 เดือน ทำให้ บรรดาธนาคารกลางจะไม่ได้กังวลต่อแนวโน้มเงินเฟ้อ ส่งผลให้การปรับตัวขึ้นของสินทรัพย์ปลอดภัย Safe Haven ทั้งเงินดอลลาร์และราคาทองคำ มีแนวโน้มเผชิญแรงกดดันให้ย่อตัวลงมาบ้าง โดยในส่วนของเงินดอลลาร์ ทิศทางจะขึ้นกับมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มดอกเบี้ย FED หลังรับรู้ รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ เช่นเดียวกับ ราคาทองคำ ที่เรามองว่า อาจย่อตัวลงบ้าง หากตลาดทยอยคลายความกังวลต่อปัญหาในตะวันออกกลาง และบรรยากาศในตลาดการเงินกลับมาเปิดรับความเสี่ยง ทำให้ แม้เงินบาทจะอ่อนค่าลงบ้างในระยะสั้น แต่การอ่อนค่าของเงินบาทอาจยังไม่สามารถทะลุโซน 32 บาทต่อดอลลาร์ ไปได้ง่ายนัก ยิ่งหากสถานการณ์คลี่คลายลงได้ภายในเดือนมีนาคม เรามองว่า เงินบาทอาจจบไตรมาสแรกของปี แถวโซน 31.50 บาทต่อดอลลาร์ ก่อนที่จะอ่อนค่าลงต่อบ้าง ตามโฟลว์ธุรกรรมจ่ายเงินปันผลในช่วงไตรมาส 2 ซึ่งจะเป็นช่วง Low Season ของการท่องเที่ยวและการส่งออกสินค้าโดยรวม ซึ่งเราคงมุมมองเดิมว่า เงินบาทอาจอ่อนค่าแตะโซน  32.25+/-0.25 ณ สิ้นไตรมาสที่ 2 ก่อนที่จะทยอยแข็งค่าขึ้นบ้าง จบสิ้นปีแถวโซน 31.50 บาทต่อดอลลาร์

มองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 31.35-31.70 บาท/ดอลลาร์ 

Share post:

spot_img
spot_img

Related articles

‘รมต.ภราดร’ เร่งแก้ปัญหา กยศ. ผิดนัดชำระ 2.6 ล้านคน

‘รมต.ภราดร’ เร่งแก้ปัญหา กยศ. ผิดนัดชำระ 2.6 ล้านคน เร่งเรียกเก็บเงินคืนต่อยอดกองทุน ต่อลมหายใจให้น้องๆ

นายกฯ อนุทิน ตั้งบอร์ดคุมดาต้าเซ็นเตอร์

นายกฯ อนุทิน ตั้งบอร์ดคุมดาต้าเซ็นเตอร์ เร่งออกกฎหมายเฉพาะ สร้างกติกาเป็นธรรม–คุมผลกระทบไฟฟ้า น้ำ และสิ่งแวดล้อม

BFPL และ BPT ตรวจสอบระบบท่อส่งน้ำมันบริเวณใต้สะพานยกระดับพระราม 3

BFPL และ BPT ตรวจสอบระบบท่อส่งน้ำมันบริเวณใต้สะพานยกระดับพระราม 3 เพิ่มเติม โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยและความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่โดยรอบ

ดีเดย์ ‘ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ’ 1 ตุลาคมนี้

รัฐบาล ดีเดย์ ‘ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ’ 1 ตุลาคมนี้ ดูแล 30 ล้านหลังคาเรือน จ่ายเสียหายทันที 1 หมื่นบาท เสียชีวิตจ่าย 2 ล้าน