
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า คลังจะเสนอ 7 มาตรการเร่งด่วนช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผกระทบจากราคาน้ำมันแพง ให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่จะประชุมครั้งแรกหลังแถลงนโยบายในวันที่ 11 เม.ย. 2569 นี้ โดยมาตรการดังกล่าวได้ ครม.รักษาการก่อนหน้านี้ได้เห็นชอบในหลักการมาก่อนแล้ว และแต่ละหน่วยงานไปดำเนินการในรายละเอียดและพร้อมที่จะดำเนินการ จึงนำเสนอให้ ครม. ชุดใหม่เห็นขอบ
สำหรับมาตรการที่สำคัญที่เกี่ยวกับกระทรวงการคลัง คือ การเพิ่มวงเงินสวัสดิการให้ผู้ถือบัตรคนจนเพิ่มอีก 100 บาท จำนวน 13.4 ล้านคน ใช้งบประมาณ 1,300 ล้านบาท หาก ครม.เห็นขอบ คาดว่าจะเติมวงเงินให้บัตรคนจนได้ทันที เพื่อไปใช้จ่ายในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยวงเงินที่เติมให้มีระยะเวลาการใช้จ่าย 1 เดือน
นอกจากนี้ ยังมีมาตรการของกระทรวงอื่นๆ ที่จะมารวมเสนอเข้าด้วยกัน เช่น การช่วยเหลือค่าน้ำมันให้กับผู้ขับรถรับจ้างของกระทรวงคมนาคม ที่ใช้งบประมาณ 1,600 บาท เป็นต้น
นายลวรณ กล่าวว่า ทางกรมบัญชีกลางรายงานงบประมาณที่ยังไม่มีภาระผูกพันของปีงบประมาณ 2569 จำนวนประมาณ 8 หมื่นล้านบาท หากรัฐบาลจะใช้เงินส่วนนี้ในดำเนินการมาตรการเร่งด่วน 7 มาตรการ ก็สามารถใช้ได้ โดยการออก พ.ร.ก. โอนงบประมาณ ตามจำนวนที่มีความจำเป็นต้องใช้ในการดำเนินการทั้ง 7 มาตรการ
ทั้งนี้ ครม.รักษาการที่ผ่านมา ได้เห็นชอบ 7 มาตรการเร่งด่วน เพื่อช่วยบรรเทาช่วยเหลือประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันแพงอย่างรุนแรง ประกอบด้วย
1 ให้กระทรวงคลังพิจรณาลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน ในอัตราเท่าไร และระยะเวลานการลด
2 ดูแลกลุ่มเปราะบาง ผ่านบัตรคนจน เติมเงินในการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค ที่ปัจจุบันได้เดือนละ 300 บาท ให้เพิ่มอีก 100 บาท เป็นระยะเวลา 1 เดือนก่อน หลังจากมีรัฐบาลใหม่จะพิจารณาความเหมาะสมอีกครั้ง
3 ดูแลกลุ่มขนส่ง รถบรรทุก รถโดยสาร มอเตอร์ไซค์รับจ้าง ให้มีต้นทุนลดลง
4 ช่วยเหลือภาคการเกษตร หามาตรการลดราคาปุ๋ย
5 ช่วยเหลือกลุ่มประมง โดยสนับสนุนให้ใช้น้ำม้นดีเซล B20 ซึ่งมีราคาถูกกว่าน้ำมันดีเซล 5-6 บาท
6 ช่วยกลุ่มคู่สัญญาภาครัฐ ที่ส่งงานล่าช้า จะพิจารณาผ่อนปรนเป็นรายๆ ไป
7 กลุ่มเอสเอ็มอี ทางธนาคารออมสินได้เตรียมเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำจำนวน 1 หมื่นล้านบาท ช่วยเหลือเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบจากราคาพลังงานที่แพงขึ้น ซึ่งทางธนาคาร



