
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดคลัง กล่าวว่า กรมสรรพสามิตได้เสนอโครงการเปลี่ยนพลังงาน 2 โครงการ ซึ่งมีโครงการรถเก่าแลกรถกระบะที่ต้องใช้น้ำมัน B20 ให้คณะกรรมการกลั่นกรองใช้เงินกู้ พ.ร.ก. 4 แสนล้าน พิจารณา โดยเรื่องต้องผ่านอนุกรรมการกลั่นกรองเงินกู้ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการเปลี่ยนผ่านพลังงานก่อน ที่จะเสนอมาให้คณะกรรมการเงินกู้พิจารณาเห็นชอบ
สำหรับโครงการรถเก่าแลกรถกระบะเป็นการให้แรงจูงใจ สำหรับคนที่มีกำลังที่จะเปลี่ยนได้ ไม่ได้ให้ทุกคนเพราะเงินกู้มีจำกัด
“วันนี้รัฐบาลสนับสนุนการใช้น้ำมัน B20 ดังนั้นโครงการรถเก่าแลกรถกระบะ ก็ต้องเป็นรถกระบะที่ใช้น้ำมัน B20 เรายังไม่สามารถเปลี่ยนเป็นรถไฟฟ้าหมด เพราะรถกระบะยังเป็นไฟฟ้าไม่ได้ แต่โครงการก็ต้องโจทย์เรื่องการใช้พลังงานสะอาดมากขึ้น คือเป็นรถกระบะที่ใช้น้ำมัน B20 ได้” นายลวรณ กล่าว
ปลัดคลัง กล่าวว่า สำหรับการจำกัดซากรถเก่า จากการสำรวจพบว่ามีผู้ประกอบการจำกัดซากรถเก่าทั้งระบบไฮเทค และไม่ไฮเทค รองรับการจำกัดซากรถเก่าได้ 1 หมื่นคันต่อปี ได้อย่างไม่มีปัญหา

ด้านนายพรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า โครงการรถเก่าแลกรถกระบะ ผู้ใช้สิทธิสามารถยนต์เก่าประเภทไหนก็ได้ มาแลกระกระบะเป็นส่วนลดที่รัฐบาลจะสนับสนุนส่วนหนึ่ง ค่ายรถยนต์สนับสนุนส่วนหนึ่ง และผู้ใช้สิทธิสามารถนำมูลค่าซากรถยนต์ มาเป็นส่วนรถแลกรถกระบะใหม่ได้ด้วย โดยเงื่อนไขรถยนต์เก่าที่นำมาแลกจะต้องถูกยกเลิกการจดทะเบียนใช้รถ เพื่อให้แน่ใจว่ารถเก่านั้นออกจากระบบจริง และถูกส่งทำลายซากรถ โดยรายละเอียดทั้งหมดได้เสนอ ให้คณะกรรมการกลั่นกรองใช้เงินกู้จาก พ.ร.ก. พิจารณาตามกระบวนการแล้ว



