นายกฯ อนุทิน ย้ำ รร.ต้องเป็น “พื้นที่ปลอดภัย” 

Date:

วันที่ 17 ก.พ. 2569 ที่มณฑลทหารบกที่ 42 อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมความมั่นคง และรับฟังสรุปสถานการณ์โดยรวมของพื้นที่ เพื่อการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้า​นการแก้ไขปัญหายาเสพติด และมอบนโยบายการขับเคลื่อนภารกิจด้านความมั่นคง​  นายอนุทิน กล่าวตอนหนึ่งว่า วันนี้ภารกิจหลักคือการมาร่วมพระราชทานเพลิงศพผู้อำนวยการโรงเรียน ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์คนร้ายเข้าไปทำร้ายถึงในโรงเรียน ซึ่งต้องยอมรับว่าสิ่งเหล่านี้สร้างความเศร้าใจต่อสังคมเป็นอย่างยิ่ง เพราะเกิดขึ้นในโรงเรียน ซึ่งโดยธรรมชาติ ที่นี่คือสถานที่ที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก เรื่องนี้ขอให้ทุกภาคส่วนได้ร่วมกันทบทวนมาตรการด้านความปลอดภัย ทั้งในสถานศึกษาชุมชน และพื้นที่สาธารณะ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำอีก การสร้างสังคมที่ปลอดภัยถือเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกภาคส่วน ตั้งแต่ระดับครัวเรือนไปจนถึงรัฐบาล 

นายอนุทิน กล่าวว่า ขอกำชับผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา ให้เร่งติดตามดำเนินคดีอย่างเต็มที่ และต้องขยายผลถึงต้นตอ ทราบมาว่ามีเรื่องยาเสพติดเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ซึ่งเป็นแรงจูงใจในการก่อเหตุ ขณะเดียวกันต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชน ด้วยการดำเนินการเชิงรุก ก่อให้เกิดมีการยกระดับความปลอดภัยในสถานศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม 

“ขอให้กระทรวงมหาดไทยร่วมมือกับทางกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จัดทำมาตรการรักษาความปลอดภัย โรงเรียนทั่วประเทศ ทั้งประเมินความเสี่ยงการซ้อมแผนเผชิญเหตุอย่างจริงจังและต่อเนื่อง การจัดระบบเฝ้าระวังและการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างโรงเรียนชุมชนและฝ่ายความมั่นคง เพื่อให้สามารถป้องกันและตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินได้อย่างทันท่วงที การซ้อมแผนสำคัญ เพราะตอนมีเหตุที่ภาคอีสานจุดชายแดน โรงเรียนจะสำคัญมากในการซ้อมหลบภัย ให้นักเรียนตื่นตัว หากต่างคนต่างวิ่งก็จะเป็นอันตรายได้ จึงฝากให้ทางกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงศึกษาธิการรวมทั้งผู้ว่าราชการจังหวัด ได้ดำเนินการยกระดับความปลอดภัยด้วย เรามีผู้ว่าฯในฐานะผู้อำนวยการ ศูนย์อำนวยการป้องกันปราบปรามยาเสพติดจังหวัด ขอให้มีการบูรณาการทุกภาคส่วนควบคู่กับการรณรงค์ สร้างภูมิคุ้มกันให้ประชาชนเริ่มค้นหาผู้ใช้ผู้เสพผู้ติดยา และนำเข้าสู่กระบวนการ บำบัด รักษา ฟื้นฟูปราบปราม ผู้ค้ายาเสพติดทุกระดับอย่างเด็ดขาด ลดวงจรการแพร่ระบาดในหมู่บ้านและชุมชน“ นายอนุทินระบุ 

นายอนุทิน กล่าวอีกว่า รวมถึงการควบคุมอาวุธปืนอย่างเข้มงวดและจริงจัง ต้องฝากสำนักงานตำรวจแห่งชาติและกระทรวงมหาดไทย ซึ่ง 2 หน่วยนี้เข้าใจดี การจะจัดหามาให้เจ้าหน้าที่ให้พนักงาน หรือเจ้าพนักงานของรัฐไม่ใช่ปัญหา แต่เรื่องที่จะเริ่มปล่อยสมาคมต่างๆ ที่มาบอกจะขอให้มีการเพิ่มนำเข้าอาวุธปืน กระสุนปืน ขอให้ปล่อย ขอให้เปิดร้านปืนเพิ่มขึ้น ตรงนี้เข้าใจเรื่องการทำธุรกิจ แต่ต้องป้องกันเหตุนี้ให้ได้ ซึ่งตนไม่ต้องการให้มีการพกพาอาวุธปืน 

“ตั้งแต่ผมเป็นรมว.มหาดไทยเข้ามาตั้งแต่ปี 2566 จนถึงปัจจุบัน กระทรวงมหาดไทยดำเนินการไปนั้นที่ไม่ต่อใบอนุญาตตั้งแต่ปลายปี 2566 ฉะนั้นวันนี้ใครก็ตามที่ถืออาวุธปืนอยู่ ถ้าไม่ใช่เจ้าหน้าที่ตำรวจหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือเจ้าพนักงาน ต้องถือว่าเถื่อนหมด เพราะใบอนุญาตใบพกพาเรื่องอาวุธปืนเหล่านี้มีอายุเพียง 1 ปี ต้องต่อทุกปี ฉะนั้นปีนี้ 2569 ใครพกปืนตอนนี้ ไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐถือว่าผิดกฎหมาย เราสามารถดำเนินคดีได้ทันที อยากกำชับให้ดำเนินมาตรการเชิงรุก ถ้าจะเอาจริงๆเริ่มตั้งแต่จังหวัดสงขลาและ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่มีเหตุการณ์อยู่เรื่อยๆ เชื่อว่าจะลดความเสี่ยงที่จะเกิดเหตุรุนแรงได้” นายกรัฐมนตรี กล่าว

นายอนุทิน กล่าวว่า ส่วนประเด็นความมั่นคงอื่นๆในช่วง 3 เดือนมีเหตุเกิดขึ้นแรงๆคือเผาปั๊มปตท.10 กว่าปั๊ม และยังมีเรื่องการลอบวางระเบิด และการดำเนินการก่อเหตุร้าย ก่อความไม่สงบต่างๆ สิ่งเหล่านี้คิดว่าทุกครั้งที่ได้รับรายงาน ตนไม่อยากให้การรายงานนั้นอธิบายประชาชนส่วนใหญ่ไม่ได้ หรือรายงานเป็นเรื่องปกติ เป็นการส่งสัญลักษณ์ เข้าเทศกาลรอมฎอน เทศกาลถือศีลอด หรือถือบวชอะไรต่างๆ ตรุษจีนปีใหม่ ก็จะมีการออกมาท้าทายอย่างนี้ไม่ได้ เราเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ จะต้องมีหน้าที่ปราบปราม ให้สิ้นซากเด็ดขาด ต้องฝากให้วางกลยุทธ์ด้านการข่าว ซึ่งตนเข้าใจดีหลายท่านคงทำงานอย่างเต็มที่แล้ว 

“ผมไม่ได้มีข้อสงสัยในความตั้งใจการทำงานหรือการปฏิบัติงานของพวกท่าน แต่ในเรื่องประสิทธิภาพและความครอบคลุม คงต้องขอความร่วมมือให้เน้นอย่างเต็มที่ เพราะตรงนี้อย่างที่เรียน ผมจะต้องไปตอบในสภาและตอบประชาชน อย่างเช่นวางระเบิดปั๊มเดียวยี่ห้อเดียว 11 เคส ในวันเวลาเดียวกัน รัฐบาลไม่รู้เลยหรือรัฐบาลไม่มีการข่าวเลยหรือ พื้นที่ไม่มีการข่าวเลยหรือซึ่งตรงนี้ต่อให้เราพูดอย่างไร ก็ไม่สามารถที่จะบอกว่าเราทำอย่างเต็มที่แล้วมีประสิทธิภาพแล้ว อันนี้ลำบาก เพราะเป็นสิ่งที่ต้องอธิบายและบั่นทอนความเชื่อมั่น ระเบิดแต่ละลูกที่เกิดขึ้นใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และจังหวัดใกล้เคียง มันทำให้ความพยายามของพวกเรา ที่จะทำให้เกิดความสงบ นักลงทุนกำลังจะเข้ามาดูแล้วเงียบไป“ 

นายอนุทิน กล่าวว่า อย่างไรก็ตามในการประชุมวันนี้ทางเลขา ศอ.บต.ไม่ได้มาด้วย แต่ได้ฝากโน๊ตสั่งงานมา ซึ่งนายกรัฐมนตรี ออกตัวว่าขออ่านโน้ตเลยแล้วกันและคุณค่อยไปฉะกันเอาเอง 

จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้อ่านโน๊ตดังกล่าวซึ่งมีเนื้อหาว่า ”จากการทำงานด้วยกัน ขอฝากให้งานการข่าวมีเอกภาพบูรณาการ มิติด้านความมั่นคงและการพัฒนา ขอให้หน่วยงานการข่าว พลเรือน ทหารตำรวจ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ สรุปงานข่าวที่สำคัญทันที ให้แม่ทัพภาค 4 และศอ.บต กลั่นกรองและนำเรียนหน่วยเหนือต่อไป พร้อมขอให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้สนับสนุนร่างระเบียบใหม่ เพื่อลดขั้นตอน เพื่อประสิทธิภาพและความเหมาะสมกับสภาพความเป็นจริงที่ประชาชนเสียหายและทันสถานการณ์ด้วย จึงต้องขอความร่วมมือจากทุกฝ่ายด้วย“

Share post:

spot_img
spot_img

Related articles

นพ.เปรมศักดิ์ คาใจ ผอ.ไทยพีบีเอส ตอบไม่เคลียร์ใช้รถ – จ้างเจาะจง

นพ.เปรมศักดิ์ คาใจ ผอ.ไทยพีบีเอส ตอบไม่เคลียร์ใช้รถส่วนกลาง-จ้างเจาะจงเจ้าเดิม 10 ปี

‘เอกนิติ’มั่นใจ ‘วินัยการคลัง’ ที่สร้างมา กำลังออกดอกออกผล

‘เอกนิติ’ เปิดเหตุผล ไม่ขยับเพดานหนี้เกิน 70% มั่นใจ ‘วินัยการคลัง’ ที่สร้างมา กำลังออกดอกออกผล

กรุงศรี ชูทิศทางขับเคลื่อนธุรกิจด้วย AI มุ่งยกระดับประสบการณ์ลูกค้า

กรุงศรี ชูทิศทางขับเคลื่อนธุรกิจด้วย AI ในงาน Krungsri Tech Day 2026  มุ่งยกระดับประสบการณ์ลูกค้าพร้อมสร้างโอกาสเติบโตในอนาคต

กรุงไทย เดินหน้าขยาย Cross-Border QR ทั่วประเทศ ชู “ถุงเงิน”

กรุงไทย ผนึกภาครัฐ–พันธมิตรการเงิน เดินหน้าขยาย Cross-Border QR ทั่วประเทศ ชู “ถุงเงิน”  เปิดโอกาสร้านค้าไทยรับสแกนจ่ายนักท่องเที่ยวต่างชาติ