
เมื่อเวลา 11.50น. วันที่ 24 ก.พ. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์กรณี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม ในฐานะแกนนำพรรคภูมิใจไทย (ภท.)ให้สัมภาษณ์ว่าดีลตั้งรัฐบาลจบแล้ว โดยย้อนถามว่า ใครเป็นผู้พูด สื่อจึงตอบว่า นายพิพัฒน์ให้สัมภาษณ์ว่าดีลจบแล้ว 300 เสียง นายอนุทิน ร้อง “ฮึ” แล้วแหย่สื่อว่า ”มาตู้ผมป่าว“ ก่อนกล่าอีกว่า ยังไม่ได้คุยกับท่านเลย พร้อมชี้นิ้วมาที่ตัวเองแล้วกล่าวว่า “คนดีลคือคนนี้” เมื่อถามว่าสรุปแล้วเป็นอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า ยัง ก็บอกเหมือนเดิม ตอนนี้ยังมีการนับคะแนนใหม่ ยังนับคะแนนสส.บัญชีรายชื่อใหม่หลายเขต คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ก็ออกข่าวมาแล้ว ตอนนี้จึงยังไม่ต้องพูดถึงเรื่องดีลอะไรทั้งนั้น
เมื่อถามว่ายังยืนหลักการเดิมที่ต้องโหวตนายกฯก่อนแล้วค่อยคุยเรื่องตำแหน่งหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตอนนี้รอให้ทุกอย่างนิ่งก่อน ทุกวันนี้ได้แต่ประมาณเอาว่ามีสส.อยู่เท่าไหร่ ถ้าทุกอย่างไม่นิ่งก็ไปคุยกับใครไม่ได้เพราะคุยไปก็ไม่นิ่ง อย่าให้มีแต่มีถ้าอะไรเลย เมื่อถามว่ายังไม่ได้เปิดอะไรใช่หรือไม่ นายอนุทิน ตอบว่า ยังไม่ได้เปิดเลย
เมื่อถามว่ากกต.รายงานความคืบหน้ามาบ้างหรือไม่ว่าจะประกาศผลได้เมื่อใด นายอนุทิน กล่าวว่า กกต.รายงานรัฐบาลไม่ได้ กกต.ไม่ได้ขึ้นกับรัฐบาล เมื่อถามว่ากรณีมีการตั้งประเด็นการเลือกตั้งเป็นโมฆะจากประเด็นบาร์โค้ด กังวลหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ”ไม่ทราบครับ“
เมื่อถามว่า มีกระแสข่าวตั้งรัฐบาลสีไฟจราจร ที่มีพรรคเพื่อไทย กล้าธรรม และประชาชน เพื่อผลักพรรคภูมิใจไทยไปเป็นฝ่ายค้าน กังวลหรือไม่ นายกฯ ไม่ตอบคําถาม เพียงหัวเราะในลำคอ
เมื่อถามอีกว่า มีกระแสข่าวว่าจะมีเซอร์ไพรส์ใหญ่ หลังจาก วันที่ 25 ก.พ.นี้ ที่ ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม เดินทางกลับมาจากต่างประเทศ ได้ยินข่าวนี้บ้างหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ” ไม่ได้ยิน “
เมื่อถามอีกว่า กลัวว่าเขาจะแฉหรือมีไม้เด็ดอะไรหรือไม่ นายอนุทิน ย้อนถามว่า “กลัวหมายความว่ากลัวยังไง” เมื่อถามอีกว่า มีการตั้งรัฐบาลแข่ง รัฐบาลไฟจราจร รวมเสียงข้างมากจะล้มรัฐบาล นายอนุทิน หัวเราะก่อนบอกว่า “เหรอ”

นายกฯ อนุทิน เชื่อเป็นรัฐบาลรักษาการไม่นาน
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ได้ทักทายสื่อมวลชนว่า เจริญพร ก่อนเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการจัดงานฉลองพระชนมายุ 99 พรรษา สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อัมพร อมฺพโร) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก วันที่ 26 มิถุนายน และเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการจัดงานเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ 3 มิถุนายน
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นรัฐบาลรักษาการนานจะมีผลกระทบอะไรหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่นานหรอก ทุกอย่างมีขั้นตอน

‘พิพัฒน์’ รับ ดีลตั้งรัฐบาลจบแล้ว ยันได้รัฐบาลใหม่ก่อนสงกรานต์แน่
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม ในฐานะแกนนำพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวพรรค ภท. ปิดดีลตั้งรัฐบาลที่ 300 เสียง ว่า ตนไม่ทราบ ต้องถามคณะกรรมการบริหารพรรค
ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้มีพรรคใหญ่เป็นพรรคเพื่อไทย (พท.) พรรคเดียว และมีพรรคเล็ก ถือว่าเพียงพอแล้วหรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ต้องถามหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรค ภท. เมื่อถามว่า ได้มีการพูดคุยกันถึงเรื่องกระทรวงหรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ตามที่ข่าวเสนอออกไปก็เป็นประมาณนั้น อาจจะมีแล้ว แต่อย่าให้ตนต้องตอบเลย เพราะถ้าตนตอบก็ทำเกินหน้าที่ เมื่อถามย้ำว่า ขณะนี้ดีลทางการเมืองเพื่อตั้งรัฐบาลจบแล้วหรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า “ก็น่าจะเป็นอย่างนั้น ตามข่าวที่สื่อมวลชนเสนอก็ใกล้เคียงมาก”
เมื่อถามว่า จะได้รัฐบาลชุดใหม่เข้ามาทำงานก่อนสงกรานต์ใช่หรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ต้องได้ เพราะเพราะวันนี้ประเทศไทยคงรอไม่ได้ ทุกสิ่งทุกอย่างรอรัฐบาลใหม่ขับเคลื่อน โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจที่อยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ รวมถึงสภาพการเมืองโลกที่ตึงเครียด เพราะฉะนั้น ต้องพยายามตั้งรัฐบาลให้เร็วที่สุด เพื่อขับเคลื่อนในสิ่งที่พรรค ภท.หาเสียง ประเทศไทยจะได้พ้นจากบ่วงเหล่านี้ได้เร็วขึ้น
ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรค ภท.มีความกังวลหรือไม่ว่า ในโลกโซเชียลจะมีการแฉคลิปเรื่องดีลจัดตั้งรัฐบาล นายพิพัฒน์ กล่าวว่า การจัดตั้งรัฐบาลเป็นเรื่องที่สามารถเปิดเผยได้อยู่แล้ว เพราะฉะนั้น ตนคิดว่าหัวหน้าพรรค ภท.ไม่ได้กังวลในเรื่องของคลิป เพราะการจัดตั้งรัฐบาลเป็นสิ่งที่ต้องเปิดเผย ยืนยันไม่กังวล และตนไม่ทราบว่าคลิปที่ว่าคือคลิปอะไร แต่ตนเชื่อว่าไม่มีอะไรที่เป็นความลับสำหรับพรรค ภท.

เลขาฯ กฤษฎีกา ไขปมลงคะแนน “ลับ” ปมบัตรเลือกตั้ง
วันที่ 24 ก.พ. 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา กล่าวถึงการตีความการลงมติ “ลับ” ที่กำลังเป็นประเด็นอยู่ในขณะนี้ ควรตีความอย่างไร ว่า เป็นเรื่องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งต้องไปว่าตามกระบวนการ หากเราพูดไปก็จะเกิดความสับสนในสังคมเปล่าๆ และกระทบกับความเชื่อมั่นของระบบการเมืองไทย และระบบการค้าการลงทุนได้ ฉะนั้นต้องระมัดระวังนิดนึง
เมื่อถามว่า สมมุติว่าประชาชนไปกาบัตรเลือกตั้งแล้วเป็นความลับ แต่ภายหลังมีคนพยายามไปตรวจสอบ จะยังเป็นความลับอยู่ไหม เลขาฯกฤษฎีกา ถามกลับว่า ใครเป็นคนทำผิดล่ะ คนกาหรือคนไปแซะข้อมูลเขา
เมื่อถามว่า การตีความ “ลับ” ในแวดวงราชการตีความอย่างไร นายปกรณ์ ระบุว่า หากตามระเบียบของราชการจะมี ระเบียบการรักษาความลับทางราชการ โดยเรื่องรับของทางราชการจะมี “เรื่องลับ” “ลับมาก” “ลับที่สุด” หากถามว่ามีคนรู้ได้หรือไม่ มันก็รับรู้ได้ระหว่างผู้รับกับผู้ส่ง แต่ระหว่างทางมันจะไปไหนไม่ได้ ถ้าลับก็ซีเคร็ท ถ้าลับมากก็เป็น Confidential แล้วลับที่สุดก็ top secret
เมื่อถามว่า หากมีการรับรู้ภายหลังเรื่องลับจากการเป็นโมฆะหรือไม่ นายปกรณ์ ย้อนถามกลับพร้อมหัวเราะว่า สื่อก็ทำกับตนบ่อยๆ เห็นเอาเอกสารทางราชการไปลงกันบ่อยๆ



