ศบก.​ ขึ้นราคาน้ำมันดีเซล 50 สตางค์ต่อลิตร

Date:

วันที่ 17 มี.ค. 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอรรถพล​ ฤกษ์​พิบูลย์​ รมว.พลังงาน​ แถลงภายหลังการประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง​ (ศบก.​) ว่า​ ตอนนี้สามารถยืนยันแหล่งน้ำมันดิบ นอกเหนือจากตะวันออกกลางได้เพิ่มขึ้น ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา ได้จากแองโกลา 2 ล้านบาร์เรล และสหรัฐอเมริกา 700,000 บาร์เรล ซึ่งน้ำมันสำรองที่เป็นน้ำมันต้นทางสามารถใช้ได้จริงเป็น 101 วัน ในขณะที่สถานการณ์หน้าโรงกลั่น จะสามารถกลั่นน้ำมันได้มากกว่าปริมาณความต้องการใช้ปกติอยู่ไม่มาก​ ที่เหลือก็ส่งออก แต่ล่าสุดได้ประกาศห้ามส่งออกน้ำมันแล้ว ซึ่งเมื่อวันที่ 16 มี.ค.ได้เชิญโรงกลั่นและผู้ประกอบและผู้ประกอบการมาหารือ เนื่องจากสถานีน้ำมันยังขาดแคลนน้ำมันอยู่ จึงต้องมาไล่เรียงว่าเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น โดยโรงกลั่นได้ยืนยันและให้คำมั่นว่าเดินหน้ากลั่นแบบ 100% ทุกโรง​ บางโรงกลั่นมากกว่า 100% จากโรงกลั่นส่งไปยังผู้ค้าน้ำมันไปยังคลัง​ และถังน้ำมันต่างๆ​ 

นายอรรถพล กล่าวว่า ส่วนผู้ค้าน้ำมันได้รับการยืนยันว่า จะเปิดคลังน้ำมัน เพื่อให้รถบรรทุกเข้ามาส่งและกระจายน้ำมัน 7 วัน 24 ชั่วโมง แต่ปัญหาอยู่ที่ปลายทาง คือรถน้ำมันที่จะมาขนจากคลัง ซึ่งเป็นรถเฉพาะเพื่อความปลอดภัย ไม่สามารถใช้รถประเภทอื่นมาขนน้ำมันได้ ซึ่งตามหลักแล้วเครื่องไม้เครื่องมือที่มีอยู่ เพียงพอต่อความต้องการในปกติ แต่ช่วงที่ผ่านมามีความแตกตื่นและวิตกกังวลทำให้ประชาชนเติมน้ำมันมากกว่าปกติยอดขายบางวันขึ้นเกือบ 2 เท่า ทำให้รอบการขนส่งน้ำมันไม่เพียงพอ สิ่งที่ทำได้ในตอนนี้คือ หารือกับผู้ค้าน้ำมัน ที่เป็นเจ้าของคลังให้ผ่อนปรนกฎเกณฑ์ ให้รถน้ำมันเข้ามารับเพิ่ม เช่น บางคลังกำหนดอายุของรถขนส่งน้ำมัน จึงขอให้พิจารณาผ่อนปรนกฎเกณฑ์เรื่องนี้เพื่อเพิ่มจำนวนเที่ยวรถ ที่จะเข้ามาขนส่งน้ำมัน รวมถึงกระชับขั้นตอนการตรวจสอบเรื่องความปลอดภัย นอกจากนี้ ยังขอความร่วมมือไปยังกระทรวงมหาดไทย​ กระทรวงคมนาคม​ กรุงเทพมหานคร​ และตำรวจจราจร ในการผ่อนปรนเวลาวิ่งรถบรรทุกขนน้ำมัน​ ซึ่งจากนี้จะติดตามว่าจะเริ่มผ่อนปรน​ได้เร็วที่สุดเมื่อใด เพราะเรื่องนี้จะช่วยในเรื่องของการเพิ่มเที่ยวการขนส่งน้ำมัน ซึ่งหวังว่าเรื่องนี้จะช่วยผ่อนคลายสถานการณ์ ที่บริเวณหน้าสถานีบริการน้ำมันให้คลี่คลาย​  พร้อมทั้งขอความร่วมมือประชาชน อย่ากักตุนน้ำมัน หากช่วยกันใช้ช่วยกันเติมในปริมาณปกติ สถานการณ์จะกลับเข้าสู่ปกติโดยเร็ว

นายอรรถพล​ เปิดเผยว่า สำหรับราคาน้ำมัน ในส่วนของน้ำมันดีเซล ที่ก่อนหน้านี้มีการตรึงราคาไว้ไม่เกิน 30 บาทต่อลิตร ซึ่งจะสิ้นสุดกำหนด 15 วัน​ ในวันที่ 18 มี.ค. โดยหลักการที่หารือร่วมกันในที่ประชุมจะขอขยับเพดานราคาน้ำมันดีเซลพื้นฐาน หรือ​ B7 ไปที่ 33 บาทต่อลิตร​ แต่จะไม่ขยับราคาแบบกระชาก เพื่อไม่ให้กระทบต่อประชาชน และราคาสินค้า ส่วนที่มาของราคา 33 บาทต่อลิตร หากเปรียบเทียบราคาน้ำมันกับประเทศมาเลเซียจะพบว่า ถูกกว่าประเทศไทย อยู่ที่ลิตรละ 23 บาทต่อลิตร ปัจจุบันขยับเป็น 32 บาทกว่าต่อลิตร​ แต่ในไทยขยับไม่เกิน 33 บาทต่อลิตร​ ซึ่งหากเปรียบเทียบกับราคาน้ำมันในปีที่ผ่านมาก็เคยขึ้นถึง 33 บาทต่อลิตร​ โดยจะเป็นการทยอยปรับขึ้นเริ่มวันพที่ 18 มี.ค 50 สตางค์ต่อลิตร ซึ่งถือเป็นราคาขึ้นลงตามปกติของกลไกราคาน้ำมันของไทยอยู่แล้ว ขณะเดียวกัน ได้เพิ่มตัวเลือกให้กับประชาชน และส่งเสริมเชื้อเพลิงชีวภาพ ที่ผลิตในประเทศ โดยการปรับสเปคน้ำมันจาก B5 และ B7 เป็น B10 และ​ B20  หรือการเพิ่มเปอร์เซ็นต์ของน้ำมันปาล์ม​ เป็น​ 10%  และ 20% โดยราคา B10 จะถูกกว่า B7 อยู่ 2 บาท​ ส่วนบี 20 ที่รถบรรทุกสามารถใช้ได้​ จะถูกกว่า B7 อยู่ 5 บาท​ แต่จะไม่ได้จำหน่ายอยู่หน้าสถานีบริการน้ำมันเพื่อลดการจราจร​ โดยให้รถบรรทุกไปเติมที่คลังน้ำมัน​ 

รมว.พลังงาน กล่าวว่า ขณะที่น้ำมันเบนซิน ปัจจุบันมี E10  E20​และ E85  จะไม่มีการเพิ่มอัตราเงินอุดหนุนจากกองทุนน้ำมัน จะปล่อยราคาไปตามต้นทุน โดยวันที่ 18 มี.ค. E20 จะปรับลง 79 สตางค์ต่อลิตร ส่วนแก๊สโซฮอล์ 95 โดยจะมีการปรับขึ้น 1 บาทต่อลิตร​ ทำให้ผลต่างของราคาน้ำมัน 2 ชนิดดังกล่าวเพิ่มขึ้น ต่างกัน 5 บาท​ จึงขอเชิญชวนประชาชนเติมน้ำมัน E20 ให้มาก ซึ่งในความจริงรถรุ่นใหม่กว่า 60% ที่ใช้ในปัจจุบัน สามารถเติม E20 ทั้งหมดแล้ว แต่ยอดขายคิดเป็น 16% ของการขายน้ำมันเบนซินทั้งหมด

รมว.พลังงาน ยังกล่าวถึงมาตรการควบคุมดูแลการกระตุ้นน้ำมัน และการขายราคาเกินควรว่า จะร่วมกันระหว่างกระทรวงมหาดไทย​ กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงพลังงาน ในการลงพื้นที่ตรวจระบบการค้าน้ำมันว่าไม่มีส่วนใดในการกักตุน หรือค้ากำไรเกินควร​ ซึ่งก่อนหน้านี้กรมธุรกิจพลังงานได้ลงพื้นที่ ไปตรวจคลังน้ำมันเพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีการกักตุน​ โดยเฉพาะบางสถานีบริการที่มีการติดป้ายประกาศว่าน้ำมันหมด นั้นหมดจริงหรือไม่

เมื่อถามว่า ประชาชนกังวลว่ามันจะมีใช้หรือไม่มีใช้รัฐบาลยืนยันได้หรือไม่ว่า น้ำมันเราจะไม่ขาดแคลน เพราะตอนนี้มีวิกฤติว่าเติมได้แค่ 500 บาท นายอรรถพล  กล่าวว่า ยืนยันได้ว่าน้ำมันเพียงพอเราสามารถหาจากแหล่งอื่นนอกจากตะวันออกกลางได้ ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ว่าอาจจะมีการจ่ายได้ไม่เต็มที่อย่างที่ต้องการได้แค่ 500 บาทหรือ 1,000บาทเป็นปัญหาหน้าของสถานบริการน้ำมันในก็พยามแก้ตรงนี้ให้ระบบการขนส่งเพิ่มเที่ยวรถให้มากขึ้นก็คิดว่าและหวังว่าสถานการณ์นี้จะเริ่มคลี่คลายไปได้

“พิพัฒน์” เผย นายกฯ สั่งปรับน้ำมันใหม่ เป็น B10 – B 20 หลังปรับราคาดีเซล 

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) แถลงภายหลังการประชุมว่า เมื่อวันที่ 16 มี.ค. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และรมว.มหาดไทยได้ประชุมในการปรับราคาน้ำมันดีเซล หลังมีมาตรการตรึงราคาน้ำมัน 15 วัน โดยมีตน นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและรมว.คลัง นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว. พลังงาน นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยนายกฯ ได้มีข้อสั่งการประเด็นสำคัญที่สุดคือ ขณะนี้เรามีการประกาศราคาหน้าสถานีบริการทุกโปรดักส์ ซึ่งหลังจากนี้จะมีการประกาศราคาเพิ่มขึ้น จะมีการประกาศราคาหน้าโรงกลั่น และหน้าคลังน้ำมัน

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า สำหรับการใช้ส่วนผสมของน้ำมันไบโอดีเซลที่มีส่วนผสมของไบโอดีเซล 7%  (B7) จะมีการทยอยปรับเป็นโปรดักส์ใหม่เป็น B 10 ซึ่งอาจต้องใช้ระยะเวลาช่วงหนึ่งในการเตรียมความพร้อมของสถานีบริการ และ B 20 ซึ่งกระทรวงพลังงานได้ตรวจสอบแล้วว่ามีรถยนต์ประเภทไหนที่สามารถใช้ได้ ในส่วนน้ำมัน B 20 จะสามารถใช้กับรถขนาดใหญ่หรือรถขนส่งที่ใช้ภาคอุตสาหกรรม ทั้งการขายส่ง การเกษตร และการก่อสร้าง ทั้งนี้น้ำมัน B 20 จะไม่มีการจำหน่ายในสถานีบริการแต่จะจำหน่ายในลักษณะขายส่ง

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ทั้งนี้ในการปรับโปรดักส์ใหม่จะเป็นการช่วยเกษตรกร โดยพืชผลเกษตรที่นำมาทำเอทานอลหรือไบโอดีเซล จะสามารถพยุงราคาหรือดันราคาพืชผลการเกษตรให้มีราคาที่สูงขึ้น โดยเฉพาะในเดือนเม.ย. จะเป็นช่วงที่ฤดูกาลที่ผลปาล์มทะลายออกผลสูงสุดต่อเนื่องไปอีก 4-6 เดือนซึ่งโดยปกติราคาปาล์มทะลายตกลง แต่หากมีการเติม B  10 หรือ B 20 ก็เชื่อว่าน่าจะช่วยให้ราคาปาล์มทะลายคงที่ราคากิโลกรัมละ 7 บาทได้

‘ศุภจี’ สั่งคุมเข้ม 8 หมวดหลักสินค้า ยันไร้เหตุผลปรับขึ้นราคา 

ด้าน นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า ในมุมของกระทรวงพาณิชย์เราตระหนักดีว่าสถานการณ์ราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นในตลาดโลกสร้างความกังวลกับผู้ประกอบการและประชาชนหลายภาคส่วน แต่รมว.พลังงานยืนยันเราจะมีการควบคุมดูแลราคาพลังงานให้อยู่ในระดับที่ไม่สูงไปกว่าปีที่แล้ว ดังนั้นในมุมที่จะมีผลกระทบในเรื่องของสินค้าอุปโภคบริโภค ณ วันนี้ยังอยู่ในสถานการณ์ที่ยังควบคุมได้อยู่ ซึ่งในมาตรการที่กระทรวงพาณิชย์จะดูแลคือการตรวจตราในการควบคุมและดูแลเรื่องผลกระทบทั้งในส่วนผู้ประกอบการและประชาชนไปด้วยกัน

นางศุภจี กล่าวว่า ในหมวดค่าครองชีพวันนี้ยังไม่ได้มีราคาสินค้าที่ควรจะต้องขยับขึ้นเพราะราคาน้ำมันยังอยู่ในวิสัย ที่เรามีการดูแลอย่างเคร่งครัดมีสินค้าที่อยู่ในหมวดสินค้าควบคุมและห้ามปรับราคาขึ้น 8 หมวด หากมีการปรับขึ้นต้องขออนุญาตจากกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ซึ่ง ณ วันนี้สินค้าทั้ง8 ตัว เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารกระป๋อง ปลากระป๋อง นมผง ปุ๋ยเคมี ยาปราบศัตรูพืช อาหารสัตว์ เหล่านี้เป็นหมวดที่ขึ้นราคาต้องมาขอก่อน ซึ่ง ณ ปัจจุบันนี้ยังไม่มีผู้ประกอบการรายใดมาขอขึ้นราคา ดังนั้นถ้ามีเบาะแสหรือข้อมูลที่ใดขึ้นราคาสินค้าหมวดนี้ขอความร่วมมือให้ชี้เบาะแสส่งมาได้

นางศุภจี กล่าวว่า อีกหมวดนึงสินค้าที่อาจจะปรับขึ้น แต่ต้องแจ้งก่อนถึงจะปรับขึ้นได้ แต่ไม่ต้องขออนุญาต เช่น ผงซักฟอก น้ำยาซักฟอก แชมพู น้ำยาล้างจาน เป็นสินค้าในชีวิตประจำวัน ในปัจจุบันนี้ก็ยังไม่มีผู้ประกอบการมาขอขึ้นราคา

รวมถึงสินค้าในหมวดที่เราต้องติดตามราคาจำหน่าย ไม่ได้มีการควบคุมมีหลายหมวด เช่น ข้าวสารบรรจุถุง ซอสปรุงรส น้ำปลา สินค้าเหล่านี้ยังไม่มีการปรับขึ้นราคา 

นางศุภจี กล่าวว่า อีกหมวดหนึ่งที่เราต้องดูแลเช่นกัน แม้จะยังไม่มีการขยับปรับตัวคือการลดต้นทุน ยกตัวอย่างในมุมสินค้าเกษตร ซึ่งต้นทุนสินค้าเกษตร เช่น ปุ๋ยเราได้มีการคุยกับผู้ประกอบการแล้วเราจะมีสต๊อกของปุ๋ย ที่มีอยู่แล้วในประเทศถึงเดือนพฤษภาคม และมีปุ๋ยที่กำลังอยู่ระหว่างรอขนส่งมา ถ้าได้สต๊อกนี้เข้ามาเพิ่มจะอยู่ได้ถึงสิงหาคม แต่ปัจจุบันนี้ยังขนส่งมาไม่ได้ เพราะติดสถานการณ์ตะวันออกกลาง เราต้องมีการประสานร่วมกัน

นางศุภจี กล่าวว่า และเมื่อน้ำมันขยับจำนวนไม่มากนัก แต่ถ้ามีการขยับปรับเปลี่ยนของราคาน้ำมันขึ้น ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในเรื่องค่าขนส่งและวัตถุดิบของปุ๋ยถ้ามีราคาเพิ่มเติม เราได้เตรียมรองรับมาตรการเพิ่มเติมไปช่วยสนับสนุนการลดราคาปุ๋ยคือโครงการธงเขียว ซึ่งในปีที่ผ่านมาเราทำในวงจำกัด แต่ในครั้งนี้เรามีการเตรียมการไว้ว่าถ้าภายในเดือนพฤษภาคมถ้าสต๊อกที่อยู่ในราคาเดิม และเราไม่สามารถเอาสต๊อกใหม่เข้ามาได้ เราจะต้องรับซื้อจากแหล่งที่เราหาทดแทนมาทั้ง มาเลเซีย บรูไน และประเทศอื่น ที่เราเจรจาอยู่รวมถึงประเทศอื่นๆนอกจากตะวันออกกลาง ถ้าเป็นเช่นนั้นราคาขึ้นเราจะช่วยเหลือเกษตรกรโดยช่วยเหลือลดราคาปุ๋ยธงเขียวให้เกษตรกรเข้าถึงปุ๋ยที่ราคาถูกลง และเราพยายามปรับสูตรโดยการทำงานร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปรับสูตรปุ๋ยให้มีการพึ่งพาวัตถุดิบที่มีการนำเข้าน้อยลงได้หรือไม่ รวมถึงมีการสนับสนุนให้เกษตรกรใช้ปุ๋ยอินทรีย์เป็นปุ๋ยทางเลือกเพิ่มเติม 

นางศุภจี กล่าวว่า ส่วนเรื่องผลิตภัณฑ์ที่มีข่าวบอกว่าเมล็ดพลาสติกจะขาดตลาดแล้วจะอยู่ได้จนถึงเดือนเมษายน ดังนั้นผลิตภัณฑ์ที่จะมีส่วนทำให้อาหารสำเร็จรูปบางอย่าง เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป มีราคาสูงขึ้น จึงมีความกังวลเรื่องผลิตภัณฑ์ที่ทำจากเมล็ดพลาสติกอาจจะมีราคาสูงขึ้น เรื่องแรกเราคุยตรงผู้ประกอบการรายใหญ่และผู้ผลิตรายใหญ่ โดยวันนี้ได้มีการคุยกันย้ำว่าได้ตัววัตถุดิบเพิ่มแล้ว ดังนั้นจากที่เราคิดว่ามีวัตถุดิบถึงเมษายน แต่มีรายงานเพิ่มเติมจะมีเมล็ดพลาสติกที่จะมาทำวัสดุได้อีก 4 เดือน ซึ่งจะช่วยยืดอายุการทำบรรจุภัณฑ์อาหารเหล่านี้

นางศุภจี กล่าวว่า โดยสรุปแล้วสินค้าอุปโภคบริโภค สินค้าจำเป็น ยังไม่มีการปรับราคาขึ้น ขอความร่วมมือ ความช่วยเหลือจากประชาชน ถ้ามีเบาะแสที่ไหนว่ามีราคาขึ้นรบกวนช่วยแจ้งด้วยเราจะได้ดูแลถึงจุดนั้น หากพบว่ามีการกระทำผิดจริงและมีหลักฐานเราจะดำเนินการทันที 

เลขาฯสศช. ยัน ไม่มีการปรับราคาน้ำมันแบบก้าวกระโดด 

นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวถึงข้อมูลการใช้น้ำมันที่ผ่านมาว่า ถ้าดูตัวเลขการใช้น้ำมันในประเทศในภาวะปกติ ยกตัวอย่างกลุ่มเบนซิน จะใช้อยู่ประมาณ 34 ล้านลิตรต่อวัน ถ้าเราดูสถิติตัวเลขในช่วงที่มีเหตุการณ์ตั้งแต่ 28 ก.พ.ที่เริ่มการโจมตีอิหร่าน แล้วพอวันที่ 1 มี.ค. เราก็เริ่มการโจมตีในส่วนที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานของพลังงานในประเทศเพื่อนบ้านของอิหร่านด้วย รวมถึงอิหร่านเองด้วย ซึ่งในวันที่ 1 มี.ค. ปริมาณการใช้น้ำมันในกลุ่มเบนซิน วันนั้นยังอยู่ที่ 28.97 ล้านลิตร แต่พอมาวันที่ 2 มี.ค. หลังจากมีข่าวออกมาว่า มีการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันในประเทศต่างๆ ที่อยู่ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ตัวเลขการบริโภคน้ำมันในกลุ่มเบนซินขยับขึ้นมา 50.77 ล้านลิตร เช่นเดียวกันในตัวดีเซลหมุนเร็ว ซึ่งดีเซลวันที่ 1 มี.ค. ยังอยู่ที่ 61 ล้านลิตร แต่พอมาวันที่ 2 มี.ค. ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 98 ล้านลิตร จะเห็นว่า ความต้องการขยับสูงขึ้นมาก ซึ่งเข้าใจได้ เพราะประชาชนก็มีความหวั่นเกรงว่า เมื่อเห็นเหตุการณ์ในตะวันออกกลางแล้วก็คงจะคาดการณ์ว่า น้ำมันอาจจะขาดแคลน แต่ต้องบอกว่า กระทรวงพลังงานเองได้ออกมาบอกตัวเลขทุกวันว่า ขณะนี้น้ำมันที่เราใช้อยู่สามารถใช้อยู่ได้กี่วันในกรณีที่ไม่มีอะไรเข้ามาเลย เพราะฉะนั้น ปริมาณน้ำมันในประเทศไทยยังมีความเพียงพออยู่ อย่างกรณีของดีเซล ในวันที่ 4 มี.ค.ขยับขึ้นมา 118 ล้านลิตร และอยู่ในระดับร้อยล้านลิตรไปอีก 2 วัน จนถึงวันที่ 6 มี.ค. เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นลักษณะนี้ทำให้น้ำมันที่อยู่ในสถานีบริการต่างๆ เริ่มที่จะไม่พอ ซึ่งการขนส่งน้ำมันไม่ได้หมายความว่า จะเอารถอะไรมาก็ได้มาขน มันต้องเป็นรถที่ใช้เฉพาะขนน้ำมันเท่านั้น เพราะฉะนั้น พอมีเหตุการณ์ลักษณะนี้ที่มีความต้องการของประชาชนด้วยความตื่นตระหนก ทำให้น้ำมันในสถานีบริการหมดเร็วกว่าที่เคยเป็น ทำให้การขนส่งน้ำมันจากคลังไปที่สถานีไม่ทันต่อความต้องการของประชาชน จึงทำให้เห็นภาพที่มีรถไปต่อคิว 

นายดนุชา กล่าวว่า ย้ำว่าขณะนี้จากที่มีการประชุมกันไปเมื่อวันที่ 16 มี.ค. ได้มีการปรับเรื่องระยะเวลาในการขนส่งน้ำมัน เฉพาะรถขนส่งน้ำมันจะขยายขนส่งได้ตลอดวันมากขึ้น จึงขอความร่วมมือประชาชนด้วยว่า สถานการณ์น้ำมันประเทศไทยยังมีเพียงพอในการใช้งาน ยังไม่มีความจำเป็นต้องตื่นตระหนกในการไปเติม ขณะเดียวกัน การปรับราคา ถ้าย้อนไปดูในอดีตจะเห็นว่า การปรับราคาน้ำมันในช่วงที่ตลาดโลกสูง ทางกระทรวงพลังงานไม่เคยมีการปรับราคาแบบก้าวกระโดด จะทยอยปรับไปเรื่อยๆ อาจจะทิ้งบางช่วงอาจจะนอนหรือสั้นขึ้นอยู่กับสถานการณ์ แต่จะไม่มีการปรับแบบก้าวกระโดดแน่นอน ดังนั้น ไม่จำเป็นต้องกักตุน หรือรีบไปเติม หลายคนอาจเห็นในเฟซบุ๊กว่า มีสื่อบางแห่งอาจจะเขียนให้ประชาชนรีบไปเติมให้เต็มถังวันนี้ เพราะพรุ่งนี้ราคาจะขึ้นแล้ว ต้องบอกว่า ยังไม่มีความจำเป็น เพราะราคาน้ำมันขยับขึ้นมาแค่ 50 สตางค์เท่านั้น ขอให้ทุกคนค่อยๆ ใช้ชีวิตอย่างปกติในการเติมน้ำมัน 

Share post:

spot_img
spot_img

Related articles

นายกฯ อนุทิน เป็นประธานพิธีบำเพ็ญกุศลสตมวาร 100 วัน เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

นายกฯ อนุทิน เป็นประธานพิธีบำเพ็ญกุศลสตมวาร 100 วัน เพื่ออุทิศถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

SAM เดินหน้า Social AMC เต็มตัว เดินสายโครงการ ‘ปิดหนี้ไว ไปต่อได้’

SAM เดินหน้า Social AMC เต็มตัว เดินสายโครงการ ‘ปิดหนี้ไว ไปต่อได้’ ช่วยลูกหนี้เสียรายย่อย ปลดภาระหนี้ กลับเข้าสู่ระบบการเงิน และเริ่มต้นวางแผนชีวิตทางการเงินได้อย่างยั่งยืน

‘รมต.ภราดร’ เร่งแก้ปัญหา กยศ. ผิดนัดชำระ 2.6 ล้านคน

‘รมต.ภราดร’ เร่งแก้ปัญหา กยศ. ผิดนัดชำระ 2.6 ล้านคน เร่งเรียกเก็บเงินคืนต่อยอดกองทุน ต่อลมหายใจให้น้องๆ

นายกฯ อนุทิน ตั้งบอร์ดคุมดาต้าเซ็นเตอร์

นายกฯ อนุทิน ตั้งบอร์ดคุมดาต้าเซ็นเตอร์ เร่งออกกฎหมายเฉพาะ สร้างกติกาเป็นธรรม–คุมผลกระทบไฟฟ้า น้ำ และสิ่งแวดล้อม