ศบก. เผย ผลตรวจคลังน้ำมัน-จ๊อบเบอร์ ไม่พบความผิดปกติ

Date:

เมื่อเวลา 11.05 น. วันที่ 27 มี.ค. 2569 ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) แถลงสถานการณ์ประจำวัน นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ แถลงว่า การลงพื้นที่ตรวจผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 ที่มีคลังน้ำมัน และจ๊อบเบอร์เมื่อวันที่ 26 มี.ค. โดยกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และพาณิชย์จังหวัดดำเนินการร่วมกัน จำนวน 22 จุด ใน 7 จังหวัด ประกอบด้วย ฉะเชิงเทรา นครราชสีมา อุดรธานี ลำปางพิษณุโลก ชุมพร และสงขลา ผลการตรวจในส่วนจ๊อบเบอร์ ทั้งจ๊อบเบอร์ที่มีคลังน้ำมันและไม่มีคลังน้ำมัน ไม่พบความผิดปกติ ในส่วนที่มีคลังน้ำมัน พบน้ำมันที่อยู่ในคลังเหลือติดคลังเฉลี่ยประมาณ 1 หมื่นลิตร ส่วนที่อยู่ในแต่ละจ๊อบเบอร์เป็นน้ำมันที่กำลังอยู่ระหว่างการขาย การตรวจสอบข้อมูลต่างๆ ทั้งผู้ซื้อผู้ขายของจ๊อบเบอร์ที่ได้มีการบันทึกไว้ ถูกต้องตรงกัน ไม่ได้มีความผิดปกติ

สำหรับการตรวจสอบคลังน้ำมันที่เป็นผู้ค้าตามมาตรา 7 ซึ่งเป็นคลังน้ำมันขนาดใหญ่ที่ จ.สงขลา คือ บริษัท ปตท. และเชลล์  ก็พบว่า ทั้ง 2 คลังมีน้ำมันเหลือติดคลังไม่ถึง 50% หรือประมาณ 10 ล้านลิตร จากความจุของของคลังที่จุได้ 25-28 ล้านลิตร จากการตรวจสอบข้อมูลทั้งหมด มีการซื้อขาย และจัดส่งน้ำมันออกไปถูกต้อง ไม่มีข้อมูลที่ผิดปกติ และการส่งน้ำมันตั้งแต่เดือน มี.ค. เป็นต้นมา มีปริมาณการส่งออกจากคลังเพิ่มขึ้น และมีการติดประกาศราคาเรียบร้อย

นายดนุชา กล่าวว่า ขณะที่สถานการณ์ปั๊มน้ำมัน ข้อมูลจากหอการค้า ที่มีการสำรวจสถานีน้ำมันทั่วประเทศ ประมาณ 550 แห่ง พบว่า ปั๊มน้ำมันที่มีน้ำมันหมดลดลงค่อนข้างมาก จากประมาณ 450 กว่าแห่ง ตอนนี้เหลืออยู่ประมาณ 390 กว่าแห่ง โดยจะมีการสำรวจทุกวันตอนกลางคืน และช่วงเช้าจะมีน้ำมันเติมเข้าไป ให้บริการได้ต่อเนื่อง

นายดนุชา กล่าวว่า เรื่องปริมาณน้ำมันดิบที่เข้าสู่ประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 1 – 18 มี.ค. มีประมาณ 3.4 พันล้านลิตร ส่วนช่วงวันที่ 20 – 25 มี.ค.เข้ามาอีกประมาณ 878 ล้านลิตร รวมแล้วประมาณ 4.2 พันล้านลิตร ซึ่งเพียงพอที่จะนำมากลั่นให้ประชาชนในช่วงเดือน เม.ย. ทั้งนี้ เรามีแผนการนำเข้าน้ำมันดิบอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงสิ้นเดือน มี.ค. จะมีน้ำมันเข้ามา อีกประมาณ 4 ล้านบาร์เรล เดือน เม.ย. จะมีเข้ามาใหม่อีกประมาณ  24 ล้านบาร์เรล และเดือน พ.ค. ผู้ค้าอย่าง ปตท. ได้มีการทำสัญญาแล้ว และเตรียมส่งมอบประมาณ 8 ล้านกว่าบาร์เรล ซึ่งจะมีการจัดหาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มีน้ำมันเพียงพอสำหรับการใช้ในประเทศ

นายดนุชา กล่าวว่า สำหรับน้ำมันที่เราส่งออกไป 2 ประเทศคือ สปป.ลาว และเมียนมา ตั้งแต่วันที่ 1 – 25 มี.ค. ส่งไป สปป.ลาว ประมาณ 4.6 ล้านกว่าลิตรต่อวัน เมียนมา 2 แสนกว่าลิตรต่อวัน ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีมีดำริว่า น้ำมันที่เราผลิตและกลั่นได้ในประเทศ อยากเอาเก็บให้ประชาชนในประเทศได้ใช้ จึงมอบหมายให้ตนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาปรับรูปแบบ โดยอาจนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปจากต่างประเทศ เพื่อส่งออกไปยัง สปป.ลาวแทน แทนที่จะเอาน้ำมันที่กลั่นในประเทศส่งไปที่ สปป.ลาว เพื่อเพิ่มน้ำมันสำรองในประเทศให้มากขึ้น อย่างน้อยจะเพิ่มความมั่นคงด้านพลังงานได้อีกประมาณ 5 ล้านลิตรต่อวัน ขณะนี้กำลังดูรายละเอียด

Share post:

spot_img
spot_img

Related articles

BFPL และ BPT ตรวจสอบระบบท่อส่งน้ำมันบริเวณใต้สะพานยกระดับพระราม 3

BFPL และ BPT ตรวจสอบระบบท่อส่งน้ำมันบริเวณใต้สะพานยกระดับพระราม 3 เพิ่มเติม โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยและความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่โดยรอบ

ดีเดย์ ‘ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ’ 1 ตุลาคมนี้

รัฐบาล ดีเดย์ ‘ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ’ 1 ตุลาคมนี้ ดูแล 30 ล้านหลังคาเรือน จ่ายเสียหายทันที 1 หมื่นบาท เสียชีวิตจ่าย 2 ล้าน

เก็บภาษีสินค้านำเข้าออนไลน์ พุ่ง 4 พันล้านบาท

รัฐบาล เก็บภาษีสินค้านำเข้าออนไลน์ ‘ตั้งแต่บาทแรก’ 11 เดือนกว่า 4 พันล้านบาท เร่งตรวจสวมสิทธิ Made in Thailand

นายกฯ อนุทิน ลั่นโกงสอบท้องถิ่นน่าอเนจอนาถ บั่นทอนความเชื่อมั่นปชช. 

นายกฯ อนุทิน ลั่นโกงสอบท้องถิ่นน่าอเนจอนาถ บั่นทอนความเชื่อมั่นปชช. ฉะเรื่องสยอง- สะเทือนขวัญ พูดภาษาชาวบ้าน ‘โกงบนหัวผม-เผาบ้านเรา‘