นายกฯ อนุทิน บินเชียงใหม่ ติดตามไฟป่า-ฝุ่น PM2.5

Date:

เมื่อเวลา 11.06 น. วันที่ 20 เม.ย. 2569 ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย พร้อมด้วย นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม  นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข น.ส.ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รมช.เกษตรและสหกรณ์  และนายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย ลงพื้นที่ จ.เชียงใหม่ เพื่อติดตามสถานการณ์และร่วมประชุมหาแนวทางแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบนที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศและสุขภาพประชาชนในหลายจังหวัดของภาคเหนือในช่วงที่ผ่านมา 

โดยนายอนุทิน จะเป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์ไฟป่าและฝุ่น PM2.5 ณ หอประชุมอาคารยอดทัพ กองพลทหารราบที่ 7 อำเภอแม่ริม ก่อนเดินทางไปยังวัดพระธาตุดอยสะเก็ด เพื่อตรวจติดตามภารกิจการดับไฟป่าตามแนวคิด “ป่าเปียก” (Wet Fire Break) ซึ่งเป็นแนวทางการบริหารจัดการเชื้อเพลิงเพื่อลดความรุนแรงของไฟป่า และร่วมชมการสาธิตเทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับ (UAV) ขนาดใหญ่ ที่ใช้ในการสำรวจและสนับสนุนการดับไฟป่าในพื้นที่จริง สะท้อนการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมสถานการณ์ พร้อมพบปะให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน

นายกฯ อนุทิน ถึงเชียงใหม่ ประชุมเข้มแก้ฝุ่น PM 2.5-ไฟป่า 

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 20 เม.ย. ที่ จ.เชียงใหม่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมคณะ เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่ โดยมี นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ให้การต้อนรับ โดยนายกรัฐมนตรีได้ตรวจแถวอาสาสมัครรักษาดินแดน (อส.) ก่อนเดินทางต่อไปยังกองพลทหารราบที่ 7 

ต่อมาเวลา 13.30 น. ที่หอประชุมยอดทัพ กองพลทหารราบที่ 7 อ.แม่ริม นายอนุทิน เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์ไฟป่าและฝุ่น PM2.5 โดยมีรัฐมนตรีที่ร่วมคณะ และ ผวจ.ภาคเหนือตอนบน หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม โดยนายอนุทิน กล่าวเปิดการประชุมตอนหนึ่งว่า การประชุมวันนี้เพื่อติดตามและหาทางแก้ไขปัญหาสาธารณภัยในพื้นที่ภาคเหนือโดยเฉพาะเรื่องไฟป่าหมอกควันฝุ่น PM2.5 สารพิษในแม่น้ำ ภัยแล้ง อยากให้ที่ประชุมหารือเตรียมการป้องกันน้ำท่วมน้ำแล้งด้วยเพราะอีกไม่กี่วันจะเข้าสู่ฤดูฝน เราต้องถอดบทเรียนจากปีที่ผ่านมาลดความเสียหายที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนและระบบเศรษฐกิจ ตนรับฟังปัญหาจากทั้งรายงานของส่วนราชการ ลงพื้นที่และการอภิปรายในสภา ปัญหา PM2.5 เป็นปัญหาที่หนักหน่วง โดยปัจจัยมาจากการเผาในประเทศ การเผาในประเทศเพื่อนบ้านและความกดอากาศ สองอย่างเราควบคุมได้ การเผาในประเทศเจ้าหน้าที่ต้องกวดขันป้องกันการเผาป่า ขณะที่การเผาในประเทศเพื่อนบ้าน ต้องใช้มาตรการให้เขารู้ว่าหากยังทำอยู่จะกระทบความสัมพันธ์อย่างไร 

นาบอนุทิน กล่าวว่า แต่เรื่องสภาพอากาศต้องใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย สิ่งที่ตนให้ความสำคัญอย่างที่สุดคือเรื่องสุขภาพของประชาชน ต้องช่วยเหลือให้มากที่สุดเพื่อให้คุณภาพชีวิตของประชาชนไม่ได้รับผลกระทบจนเกิดอันตรายในระยะยาว ดังนั้นจึงอยากให้ทุกท่านแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างตรงไปตรงมาเพื่อยกระดับการทำงานให้เต็มประสิทธิภาพ ทั้งการช่วยเหลือ การสนับสนุน การอำนวยความสะดวก การรักษาสุขภาพ และที่ต้องเน้นย้ำเป็นพิเศษคือการบังคับใช้กฎหมายแก่ผู้กระทำผิดอย่างเข้มงวดเด็ดขาดจะได้รับการแก้ไขปัญหาที่ตรงจุดหากต้องการได้รับการสนับสนุนใดๆให้แจ้งมายังที่ประชุมเพื่อจะได้ร่วมกันหาทางออก

นายอนุทิน กล่าวว่า ทุกหน่วยงานต้องบูรณาการการทำงานทั้งภาพใหญ่ภาพย่อยให้การดำเนินการทุกอย่างบรรลุผลสูงสุดด้วยระยะเวลาอันรวดเร็วเพื่อประโยชน์ของประชาชนและประโยชน์ของจังหวัดต่างๆในภูมิภาค ปีนี้ตนเห็นด้วยตัวเองว่าประเทศไทยโดยเฉพาะจังหวัดภาคเหนือตอนบน เสียโอกาสอย่างมากในการเสริมสร้างรายได้ให้ประชาชนการสร้างโอกาสทำมาหากินและการทำให้ระบบเศรษฐกิจที่ควรจะเติบโตมากกว่านี้ก็ทำให้ไม่ได้ เพราะสภาพปัญหาไฟป่าหมอกควัน ปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆไม่ได้เพราะสักวันหนึ่งความมั่นใจจะหายไป และจะมีแต่ความแร้นแค้นความลำบากในพื้นที่แห่งนี้ สิ่งนี้ยังพอแก้ไขได้ เพราะเรามีสองประเด็นที่ทำได้ ขอให้ทำในสิ่งที่เราควบคุมได้ อะไรนอกเหนือความควบคุมเป็นเรื่องธรรมชาติก็จะใช้เทคโนโลยีหลักวิชาการต่างๆดำเนินการต่อไป ขอให้ทุกท่านช่วยกันหาทางออก การมาครั้งนี้ต้องไม่เสียเที่ยว ต้องมีทางออกมีแนวทางการดำเนินการเกิดขึ้น ตนพร้อมให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่เพื่อให้ภารกิจบรรลุเป้าหมายขอให้ทุกท่านทุ่มเททุกอย่างเพื่อประชาชน 

นายกฯ อนุทิน ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ -ตรวจความพร้อม

ต่อมาเวลา 15.45 น. ที่ฐานการบินกองพลทหารราบที่ 7 อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมคณะ ติดตามความพร้อมของเฮลิคอปเตอร์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และทีมปฏิบัติการภาคสนาม 

โดยนายกรัฐมนตรีตรวจความพร้อมของเฮลิคอปเตอร์ จากหลายหน่วยงาน ได้แก่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย 

กองทัพบก กระทรวงกลาโหม และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยมีนักบินและทีมกู้ภัยประจำเครื่องพร้อมปฏิบัติการครบชุด

พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรียังได้ตรวจความพร้อมของรถสถานีตรวจวัดฝุ่น PM2.5 และมลพิษทางอากาศแบบเคลื่อนที่ขนาดใหญ่ ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งติดตั้งในจุดเสี่ยงต่าง ๆ เพื่อใช้เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ ข้อมูลคุณภาพอากาศจะถูกนำมาใช้ในการแจ้งเตือนประชาชนผ่านแอปพลิเคชัน Air4Thai เป็นหลัก

‘อนุทิน อนุทิน’ จ่อตั้ง ‘ทรงศักดิ์’ ป้องกันภัยพิบัติภาคเหนือ

เมื่อเวลา 15.40 น. วันที่ 20 เม.ย. ที่จังหวัดเชียงใหม่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงผลการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) ว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เพื่อติดตามการแก้ปัญหาไฟป่า และฝุ่น PM2.5 รวมไปถึงการป้องกันภัยแล้ง และภัยพิบัติน้ำท่วม ในที่ประชุมได้มอบหมายภารกิจให้แต่ละหน่วยงานไปดำเนินการ โดยมีคีย์เวิร์ดสำคัญคือผู้ว่าราชการจังหวัดทุกคนต้องเป็น Single Command คือเป็นผู้นำในการแก้ไขปัญหาทุกอย่าง และบูรณาการความร่วมมือทุกหน่วยงาน และคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยคำสั่งนายกรัฐมนตรี จะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อป้องกันภัยพิบัติในพื้นที่ภาคเหนือ โดยมีนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน มีอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เป็นเลขาธิการ 

เมื่อถามว่าสิ้นเดือนนี้จะเอาอยู่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เราดำเนินการมาตลอด บังคับใช้กฎหมายอย่างเต็มที่ ดำเนินคดีกับผู้ลักลอบเผาป่า ประมาณ 1,200 คดีแล้ว และในคดีที่เกี่ยวกับการบุกรุกป่า เผาป่า ส่วนใหญ่เมื่อไปถึงชั้นศาลไม่รอลงอาญา วันนี้พื้นที่ป่าสงวนและพื้นที่อุทยานของป่าในเขตจังหวัดภาคเหนือ หากเข้าไปหาของป่าเขาต้องห้ามเผา และคงมีการประกาศห้ามเข้าพื้นที่ในช่วงนี้โดยเด็ดขาดเพื่อป้องกันการเผา เราจะบังคับใช้กฎหมายอย่างเต็มที่ ตลอดจนถึงผลผลิตทางการเกษตรของประเทศเพื่อนบ้าน เราจะไม่ซื้อหากผลิตมาด้วยวิธีการเผา 

เมื่อถามว่าการบอกว่าจะไปซื้อสินค้าจากประเทศเพื่อนบ้านถามนายทุนแล้วหรือยัง นายอนุทิน ย้อนถามว่า ทำไมต้องคุย จะคุยทำไม เรามีกฎหมายมีเทคโนโลยีที่จะชี้จุดว่าตรงไหนมาจากการเผาป่า กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่อนุมัติให้นำสินค้าเข้ามาขายในไทยได้ไม่ยอมแน่นอนไม่ต้องคุยกับใคร 

นายอนุทิน กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่มีการเรียกร้องพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) อากาศสะอาดนั้น ถือเป็นกฎหมายที่ต่อเนื่องจากสภาชุดที่ผ่านมา เป็นกฎหมายที่มีประโยชน์ พรรคการเมืองทุกพรรคสนับสนุน ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนที่จะส่งไปยัง สว.ซึ่งพรรคการเมืองในพรรคร่วมรัฐบาลต่างพร้อมจะสนับสนุนให้ผ่านตามขั้นตอน 

เมื่อถามว่า ตัวนายอนุทินก็สนับสนุนด้วยใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า “ไม่สนับสนุนได้หรอ” 

นายกฯ อนุทิน ดูโมเดลป่าเปียก สร้างความชุ่มชื้นป้องกันไฟป่า 

เมื่อเวลา 16.40 น. ที่จังหวัดเชียงใหม่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางต่อมาที่วัดพระธาตุดอยสะเก็ด เพื่อตรวจติดตามอุปกรณ์ในภารกิจดับไฟป่า และดูการทดลองป่าเปียกที่มีการฉีดน้ำไปยังพื้นที่ป่าฝั่งหนึ่ง กับอีกฝั่งหนึ่งที่ไม่ได้ฉีดน้ำ ทำให้เห็นความชุ่มชื่นที่ต่างกันอย่างชัดเจน และเป็นแนวคิดป้องกันไฟป่าจากการปล่อยน้ำให้ป่าเกิดความชื้น ซึ่งขณะนี้มีป่า 7 แห่งใช้โมเดลนี้อยู่ 

จากนั้น นายกรัฐมนตรี ได้สักการะพระธาตุเจดีย์อินแขวน (องค์จำลอง) ก่อนร่วมกิจกรรมกับกลุ่มนักเรียนปั้นเมล็ดพันธุ์ไม้พร้อมยิงปลูกป่า เพื่อร่วมกันรณรงค์ปลูกป่าชดเชยป่าที่ถูกเผา ก่อนจะพูดคุยกับจิตอาสาชาวดอยสะเก็ด ที่เป็นกำลังใจในการทำงานกับนายกรัฐมนตรี 

ต่อจากนั้นนายกรัฐมนตรี สักการะรอยพระพุทธบาท วัดพระธาตุดอยสะเก็ด และสนทนาธรรมกับพระราชโพธิวรคุณ เจ้าอาวาวัดพระธาตุดอยสะเก็ด เพื่อขอพรเสริมความเป็นสิริมงคล 

ก่อนที่นายกฯจะทักทายเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครที่มีส่วนร่วมในภารกิจดับไฟป่า อาทิ จากกรมการปกครอง กรมป่าไม้ โดยนายกฯกล่าวตอนหนึ่งว่า พวกตนดีใจที่ได้มาดูหน้างานจริง เพราะไม่ใช่เรื่องง่าย หากมัวแต่รับฟังรายงานอยู่ที่ส่วนกลาง ก็จะสนับสนุนหน้างานไม่ถูก เมื่อมาเห็นหน้างานแล้วก็จะนำคำแนะนำไปปรับแก้ไขปัญหาให้กับทุกคน เราเน้นป้องกันมากกว่าการแก้ไข ในนามรัฐบาลขอขอบคุณทุกคนที่เสียสละ ทำงานไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย สิ่งที่ทำลงไปมีคุณค่า สำหรับประชาชนทุกคน เจ้าหน้าที่มีความเสี่ยง ต้องเผชิญหน้ากับความร้อน และมีความเสี่ยงกับระบบทางเดินหายใจสำลักควัน เราได้รับรายงานเรื่องเหล่านี้มาโดยตลอดด้วยความอึดอัดใจและไม่สบายใจ และจะหาทุกวิถีทางเพื่อให้ปัญหาเหล่านี้หมดไป ยืนยันว่าเราจะยืนเคียงข้างกันไม่ทิ้งกันแน่นอน 

นายอนุทิน กล่าวด้วยว่า หากพื้นที่ใดมีความร้อนเกินจนทำให้เกิดความเสี่ยง แต่เสี่ยงอย่างไรก็ต้องไม่เสี่ยงชีวิต ต้องปล่อยไปและจะหาวิธีการอื่นมาแก้ไขปัญหาเพราะ ผมจะเสียพวกท่านไม่ได้แล้ว แม้แต่คนเดียว ดังนั้นขอให้ใช้ดุลยพินิจ ประเมินความเสี่ยงก่อนเข้าพื้นที่ ขออวยพรให้เจ้าหน้าที่ทุกคนสุขภาพแข็งแรง

Share post:

spot_img
spot_img

Related articles

‘รมต.ภราดร’ เร่งแก้ปัญหา กยศ. ผิดนัดชำระ 2.6 ล้านคน

‘รมต.ภราดร’ เร่งแก้ปัญหา กยศ. ผิดนัดชำระ 2.6 ล้านคน เร่งเรียกเก็บเงินคืนต่อยอดกองทุน ต่อลมหายใจให้น้องๆ

นายกฯ อนุทิน ตั้งบอร์ดคุมดาต้าเซ็นเตอร์

นายกฯ อนุทิน ตั้งบอร์ดคุมดาต้าเซ็นเตอร์ เร่งออกกฎหมายเฉพาะ สร้างกติกาเป็นธรรม–คุมผลกระทบไฟฟ้า น้ำ และสิ่งแวดล้อม

BFPL และ BPT ตรวจสอบระบบท่อส่งน้ำมันบริเวณใต้สะพานยกระดับพระราม 3

BFPL และ BPT ตรวจสอบระบบท่อส่งน้ำมันบริเวณใต้สะพานยกระดับพระราม 3 เพิ่มเติม โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยและความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่โดยรอบ

ดีเดย์ ‘ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ’ 1 ตุลาคมนี้

รัฐบาล ดีเดย์ ‘ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ’ 1 ตุลาคมนี้ ดูแล 30 ล้านหลังคาเรือน จ่ายเสียหายทันที 1 หมื่นบาท เสียชีวิตจ่าย 2 ล้าน