
วันที่ 22 เม.ย. 2569 ที่กระทรวงมหาดไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมขับเคลื่อนภารกิจสำคัญกระทรวงมหาดไทย พร้อมมอบนโยบายและข้อสั่งการให้กับผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศผ่านระบบการประชุมทางไกล
นายอนุทิน กล่าวว่า ขอให้ทุกหน่วยในกระทรวงมหาดไทยดำเนินการเชิงรุก การบริหารราชการแผ่นดินจะต้องเร่งดำเนินไปด้วยความรวดเร็ว และเต็มที่ในการแก้ไขปัญหา วันนี้เราต้องเผชิญภัยทางด้านเศรษฐกิจ ด้านความมั่นคง ด้านสังคม และด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็น 4 ภัยหลักตามที่รัฐบาลได้มีนโยบายให้ความสำคัญ ขอให้ท่านจัดกลุ่มงานเหล่านี้เพื่อที่จะให้เราสนับสนุนงาน เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดได้ปฏิบัติงานได้อย่างเต็มที่
นายอนุทิน กล่าวว่า เรื่องการแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง PM 2.5 ถือเป็นนโยบายที่ได้มอบให้ทุกจังหวัดได้ถือปฏิบัติโดยเร่งด่วน จึงขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทำหน้าที่เป็น Single Command ในการสั่งการควบคุมสถานการณ์บริหารจัดการแบบเบ็ดเสร็จ ทันท่วงที และมีประสิทธิภาพสูง ท่านสามารถบูรณาการการปฏิบัติงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน รวมไปถึงฝ่ายทหาร พลเรือน และความมั่นคง ดังนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดจะต้องมีการวางแผนอย่างดีในการที่จะควบคุมสถานการณ์ให้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของท่านอย่างเต็มที่ สามารถบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดกับผู้กระทำผิด ประสานกับตำรวจ เจ้าพนักงานตามกฎหมาย อาทิ กรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ ซึ่งการลักลอบจุดไฟเผาป่าต้องไม่เกิดขึ้นและต้องดำเนินคดีอย่างเฉียบขาด ในการปฏิบัติการควบคุมไฟป่า ขอให้ร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่จัดทำแนวกันไฟ ประสานขอความร่วมมือกับหน่วยงานที่มีอุปกรณ์และสรรพกำลังในการดับไฟป่า เพื่อสนับสนุนภารกิจในพื้นที่เสี่ยงหรือเข้าถึงยาก และขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดได้ตรวจสอบตรวจตราบูรณาการความร่วมมือดำเนินการอย่างเต็มที่ คำนึงถึงความถูกต้องตามระเบียบกฎหมาย โดยไม่มีประโยชน์แอบแฝงเอื้อประโยชน์ต่อบุคคลใดบุคคลหนึ่ง
นายอนุทิน กล่าวว่า เรื่องการแก้ไขและพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยยึดหลัก “เข้าใจ เข้าถึงและพัฒนา” เป็นในการดำเนินงานในพื้นที่ บูรณาการความมั่นคงควบคู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจคุณภาพชีวิตของประชาชน ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัด เน้นการสื่อสารในเชิงสร้างสรรค์ บูรณาการทำงานร่วมกับตำรวจ ทหาร เป็นหนึ่งเดียวกัน มุ่งเน้นสร้างความเข้าใจและความเชื่อมั่นและความเป็นธรรมแก่ประชาชน ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดได้ใช้อำนาจหน้าที่ที่มีอยู่บริหารจัดการอย่างเต็มที่
นายอนุทิน กล่าวว่า ส่วนเรื่องการรับมือสถานการณ์วิกฤตพลังงาน ประเทศไทยเรามีความสามารถในการนำเข้าน้ำมันเพื่อให้บริการประชาชน ต้องขอขอบคุณผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศทุกท่านที่ได้ปฏิบัติการให้บรรลุตามเป้าหมายของเราในการช่วงเทศกาลสงกรานต์ รวมถึงการป้องกันการกักตุนน้ำมัน ซึ่งท่านได้บูรณาการบริหารจัดการ ควบคุมดูแลสถานการณ์บริการน้ำมันในแต่ละจังหวัดได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ ขอให้หน่วยงานรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงมหาดไทย โดยเฉพาะ การไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ร่วมกับกรุงเทพมหานคร ได้ศึกษาเรื่องการมาตรการประหยัดไฟฟ้า เปิดปิดไฟในโซนพื้นที่จำเป็น รวมถึงมาตรการพลังงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อบรรเทาภาวะวิกฤตพลังงานในอนาคต
นายอนุทิน กล่าวว่า เรื่องมาตรการด้านเศรษฐกิจ ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ในฐานะรัฐบาลของจังหวัดเตรียมการอำนวยความสะดวกประชาชนในการลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ตามที่รัฐบาลจะได้มีมาตรการในระยะใกล้นี้ รวมถึงบัตรสวัสดิการ เพื่อส่งเสริมการกระตุ้นเศรษฐกิจ เสริมสภาพคล่องหมุนเวียนในเศรษฐกิจ การพัฒนาประเทศ ให้เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชนสูงสุด นอกจากนี้ เรื่องการใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2570 ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ได้ดำเนินตามนโยบายและแนวทางที่รัฐบาลได้ให้ไว้อย่างเคร่งครัด เนื่องจากเรามีความจำเป็นต้องปรับรูปแบบการใช้งบประมาณ ให้การบริหารราชการแผ่นดินเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และให้มีความสอดคล้องกับสถานการณ์ของโลก ตัวอย่างเช่นแนวทาง “Zero-Based Budgeting” อิงสถานการณ์ปัจจุบันและวางแผนการใช้งบประมาณ ไม่คำนึงถึงฐานงบประมาณที่ผ่านมา รวมถึงลดงบประมาณในการศึกษาดูงาน การจัดประชุม การสร้างอาคารสำนักงานขนาดใหญ่ ขอให้ใช้วิธีการเช่าแทน การเปลี่ยนไปใช้รถยนต์ไฟฟ้า EV มากขึ้น ตลอดจนเรื่องการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก Net Zero
“ขอให้พวกเราเป็นหนึ่งเดียวกัน ทำงานให้กระทรวงมหาดไทย ประชาชน และประเทศของเรา หากมีปัญหาอุปสรรคที่ต้องการหารือขอให้ท่านไม่รีรอที่จะตรงเข้ามา ให้ถือว่าเราเป็นเหมือนเพื่อนร่วมงาน ไม่มีลำดับขั้น ไม่มีนาย เราต่างกันแค่หน้าที่ ให้คิดว่าทำงานให้บ้านเมืองด้วยกัน และพร้อมสนับสนุนซึ่งกันและกันในทุกด้าน ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่บำบัดทุกข์บำรุงสุขเพื่อพี่น้องประชาชน” นายอนุทิน กล่าวในช่วงท้าย

นายกฯ อนุทิน ห่วงปชช.ชายแดนไทย-เมียนมา หลังสู้รบกระสุนตก ทำเดือดร้อน
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงข้อสั่งการเกี่ยวกับการดูแลพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมา โดยเฉพาะสถานการณ์สู้รบในเมียนมา ว่า วันนี้ถือเป็นการประชุมกลางของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งมีข้อสั่งการหลายอย่าง โดยยอมรับว่าเป็นห่วงในทุกเรื่อง
ส่วนที่ประชาชนไทยได้รับความเดือดร้อนจากกระสุนที่ตกข้ามแดนมาฝั่งเรา นายอนุทิน กล่าวว่า ได้มีการดำเนินการทุกวิถีทาง ทั้งเรื่องทางการทูตและการสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชน จึงต้องมีการพูดคุยกัน ซึ่งเขายืนยันว่าเป็นการสู้รบ ไม่ได้มีเจตนารุกล้ำข้ามมาฝั่งไทย โดยเราไม่ได้ยอม หากจะสู้รบก็สู้รบในส่วนของเขา อย่าให้บ้านเราได้รับผลกระทบ
เมื่อถามว่าการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) จะมีการหารือตั้งคณะพูดคุยสันติสุขชายแดนภาคใต้หรือไม่ เนื่องจากในรัฐบาลนี้ยังไม่มี นายอนุทิน กล่าวว่า ก็ต้องเป็นไปตามขั้น
เมื่อถามว่า ได้วางตัวผู้ที่จะเป็นหัวหน้าคณะพูดคุยฯ ไว้แล้วหรือไม่ นายอนุทิน ได้พยักหน้า และตอบเพียงสั้นๆ ว่า “ครับ” ผู้สื่อข่าวจึงถามต่อว่าเป็นใคร นายอนุทิน ได้ตอบว่า ประชุมให้เสร็จก่อน
ส่วนที่มีการกดดันให้เปลี่ยนตัว ผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ภาค 4 ส่วนหน้า (ผอ.รมน. ภาค 4 สน.) ที่ไม่ต้องให้แม่ทัพภาคที่ 4 เป็นโดยตำแหน่ง หรือไม่ นายอนุทิน ฟังคำถาม แต่ไม่ได้ตอบคำถามดังกล่าว



