รัฐบาลเร่งดัน SME ใช้สิทธิ FTA ลดต้นทุน–เพิ่มแต้มต่อส่งออก

Date:

วันที่ 4 กันยายน นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SME ผ่านการใช้สิทธิประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรี (FTA) เพื่อลดต้นทุนทางภาษีและเพิ่มโอกาสเข้าสู่ตลาดต่างประเทศ พร้อมเร่งเตรียมผู้ประกอบการรองรับความตกลงการค้าเสรีไทย–EFTA ที่คาดว่าจะมีผลใช้บังคับในช่วงต้นปี 2570

ล่าสุด กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ รายงานว่า ช่วงเดือนมกราคม–มิถุนายน 2569 ผู้ส่งออกไทยใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้าภายใต้ FTA รวมมูลค่า 48,069.03 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1.57 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.33 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และคิดเป็นสัดส่วนการใช้สิทธิร้อยละ 80.83 ของมูลค่าสินค้าส่งออกที่ได้รับสิทธิพิเศษภายใต้ FTA

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า FTA สามารถช่วยลดต้นทุนและสร้างแต้มต่อให้สินค้าไทยได้จริง แต่รัฐบาลมองว่ายังมีช่องว่างในการเพิ่มการใช้สิทธิ โดยเฉพาะในบางตลาดที่ผู้ประกอบการยังใช้ประโยชน์จากสิทธิทางภาษีได้ไม่เต็มศักยภาพ จึงต้องเร่งแก้ข้อจำกัดด้านข้อมูล ความเข้าใจกฎถิ่นกำเนิดสินค้า และขั้นตอนการใช้สิทธิ เพื่อให้ผู้ประกอบการรายเล็กสามารถเข้าถึงประโยชน์จาก FTA ได้มากขึ้น

เมื่อพิจารณาตามความตกลง การใช้สิทธิภายใต้ความตกลงการค้าสินค้าของอาเซียน (ATIGA) มีมูลค่า 15,937.55 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สัดส่วนการใช้สิทธิร้อยละ 67.50 ขณะที่อาเซียน–จีน มีมูลค่า 14,264.11 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีสัดส่วนการใช้สิทธิสูงถึงร้อยละ 94.50 ส่วนอาเซียน–อินเดีย มีมูลค่า 6,110.17 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สัดส่วนร้อยละ 78.73 ไทย–ญี่ปุ่น มูลค่า 3,819.69 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สัดส่วนร้อยละ 85.86 และไทย–ออสเตรเลีย มูลค่า 3,027.47 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สัดส่วนร้อยละ 59.03

รัฐบาลจึงมุ่งเพิ่มอัตราการใช้สิทธิในตลาดที่ยังมีช่องว่าง โดยให้ความสำคัญกับการทำให้ผู้ประกอบการเข้าใจว่า “สินค้าใด–ตลาดใด–ใช้สิทธิอย่างไร” ตั้งแต่การตรวจสอบพิกัดสินค้า กฎถิ่นกำเนิดสินค้า การเตรียมเอกสาร ไปจนถึงการเลือกใช้ความตกลงที่ให้ประโยชน์เหมาะสมที่สุด เพื่อเปลี่ยนสิทธิทางภาษีที่ไทยเจรจาไว้ให้เป็นต้นทุนที่ลดลงและโอกาสทางการค้าที่เพิ่มขึ้นสำหรับภาคธุรกิจ

สำหรับโครงสร้างการใช้สิทธิ สินค้าอุตสาหกรรมมีมูลค่า 34,919.43 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือร้อยละ 72.64 ของมูลค่าการใช้สิทธิทั้งหมด โดยสินค้าที่มีการใช้สิทธิสูง อาทิ ยานยนต์สำหรับขนส่งของ ยางสังเคราะห์ผสมยางธรรมชาติ เครื่องเพชรพลอยและรูปพรรณ เครื่องทอง–เครื่องเงินและส่วนประกอบ รวมถึงเศษและของที่ใช้ไม่ได้ที่เป็นทองแดง

นางสาวลลิดา กล่าวว่า อีกภารกิจสำคัญคือการเตรียมผู้ประกอบการไทยให้พร้อมรับความตกลงการค้าเสรีไทย–EFTA ซึ่งคาดว่าจะมีผลใช้บังคับในช่วงต้นปี 2570 เพื่อให้ภาคธุรกิจสามารถใช้ประโยชน์ได้ทันทีเมื่อความตกลงมีผล ทั้งในด้านการลดภาษี การปฏิบัติตามกฎถิ่นกำเนิดสินค้า และการวางแผนเข้าสู่ตลาดใหม่ โดยเฉพาะ SME ที่อาจยังขาดบุคลากรหรือความเชี่ยวชาญด้านกฎการค้าระหว่างประเทศ

“รัฐบาลไม่ได้มองความสำเร็จของ FTA เพียงจำนวนความตกลงที่ไทยมี แต่ต้องทำให้สิทธิที่เจรจาไว้ถูกนำมาใช้จริงและช่วยลดต้นทุนให้ผู้ประกอบการได้จริง เป้าหมายต่อจากนี้คือทำให้ SME เข้าถึงแต้มต่อทางภาษีได้ง่ายขึ้น ใช้สิทธิได้ถูกต้อง และพร้อมคว้าโอกาสจากตลาดใหม่ เพื่อให้ประโยชน์จากการค้าเสรีกระจายไปถึงผู้ประกอบการไทยในวงกว้างมากขึ้น” นางสาวลลิดา กล่าว

Share post:

spot_img
spot_img

Related articles

นายกฯ อนุทิน จ่อทวงสัญญา ‘ทรัมป์’ พิจารณาภาษีกรณีพิเศษ

นายกฯ อนุทิน จ่อทวงสัญญา ‘ทรัมป์’ พิจารณาภาษีกรณีพิเศษในเวที “อาเซียนซัมมิท-เอเปก“ หลังไทยทำตามเงื่อนไข “ถอนทหาร-สันติภาพ -กำจัดทุ่นระเบิด“ไทย-กัมพูชา”

คลัง หนุนโซลาร์ประชาชน แจงโมเดลเสียค่าไฟเดือนละ 4,000 บาท ไม่ควรพลาด

คลัง-แบงก์รัฐ หนุนโซลาร์ประชาชน แนะคนเสียค่าไฟเดือนละ 4,000 บาท ไม่ควรพลาด แจงผู้รับเหมามีต้นทุนค้ำประกัน 350 บาทเท่านั้น

นายกฯ อนุทิน ต่อยอดผลหารือ Google ที่นิวยอร์ก

นายกฯ อนุทิน ต่อยอดผลหารือ Google ที่นิวยอร์ก เดินหน้าความร่วมมือการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์อย่างยั่งยืน พร้อมพัฒนาทักษะ AI ให้คนไทยทุกกลุ่ม

กบน. ลดราคาน้ำมันดีเซล บี7 0.75 บาทต่อลิตร กลุ่มเบนซิน 1 บาทต่อลิตร

กบน. ลดราคาน้ำมันดีเซล บี7 0.75 บาทต่อลิตร กลุ่มเบนซิน 1 บาทต่อลิตร มีผล 6 พ.ย. นี้ ขานรับราคาน้ำมันตลาดโลกดิ่ง จากสถานการณ์ตะวันออกกลางผ่อนคลาย