
เมื่อเวลา 09.05 น. วันที่ 29 ก.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า โครงการระบายน้ำในเส้นทางชัยนาท – ป่าสัก – อ่าวไทย จะเสนอเข้าสู่การพิจารณาที่ประชุม ครม.วันนี้ โดยใช้วงเงินประมาณ 1.6 แสนล้านบาท คาดว่า ใช้เวลาดำเนินการ 8 ปี หากมีโครงการนี้จะสามารถช่วยตัดยอดน้ำตั้งแต่ภาคเหนือ เพื่อไม่ให้ลงมาที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ถือว่าเป็นโครงการที่จำเป็น เพราะเราเห็นกันอยู่ว่า เรื่องน้ำไม่แน่นอน ฤดูฝนต้องมาบริหารจัดการวิธีการเดิม โดยไม่มีเครื่องมือใหม่ ดังนั้น หากมีโครงการนี้แล้วปีไหนที่มีน้ำมาก หรือฝนตกเยอะเกิน เราจะมีเครื่องมือบริหารเพื่อไม่ให้น้ำท่วมก็เป็นประโยชน์
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากผ่านที่ประชุม ครม.จะสามารถดำเนินการได้เมื่อไหร่ นายดนุชา กล่าวว่า ในงบประมาณปี 2570 มีตั้งงบประมาณไว้ก้อนหนึ่งแล้ว ซึ่งจะเริ่มโครงการได้ก่อน ดังนั้น หากที่ประชุม ครม.อนุมัติแล้วก็จะไปดำเนินการจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งกระทรวงการคลังคงต้องเจรจาและดูเรื่องเงินกู้ โดยจะดูให้เหมาะสมที่สุด หากเงินกู้มาเร็วจะเร่งดำเนินการได้
นายดนุชา กล่าวว่า โครงการเจ้าพระยาฝั่งตะวันออกได้เสนอเข้าที่ประชุม ครม.ไปเมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นโครงการปรับปรุงคลองระบายน้ำซอยแยกจำนวนหลายคลอง ซึ่งโครงการนี้จะใช้เวลาค่อนข้างนาน เพราะต้องโยกย้ายผู้คนที่รุกล้ำลำน้ำออก

เกษตรฯชงโครงการ ชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย เข้าครม.แก้ปัญหาน้ำระยะยาว
เมื่อเวลา 09.35 น. วันที่ 29 ก.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์น้ำเหนือที่จะเข้ามายังพื้นที่ภาคกลางว่า ปริมาณน้ำหน้าเขื่อนเจ้าพระยาสูงขึ้น ทำให้ต้องปล่อยน้ำลงมาวันละประมาณ 2,000 กว่าล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งกรมชลประทานได้ประสานงานกับสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ(สทนช.) ในการปล่อยน้ำให้กระทบกับประชาชนน้อยที่สุด ส่วนของการแจ้งเตือนนั้น กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.)ได้ดำเนินการแจ้งเตือนประชาชนไปแล้ว รัฐบาลต้องดูแลเรื่องน้ำอย่างใกล้ชิด เพราะปีนี้ฝนตกมากกว่าปกติเราจึงต้องช่วยกัน โดยวันนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะเสนอมาตรการแก้ปัญหาน้ำท่วมระยะยาว ในการก่อสร้างทางน้ำขนาดใหญ่ ชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย หากโครงการนี้เสร็จ ปัญหาน้ำท่วมที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งจะได้รับการแก้ไข ลดความเสียหายจากอุทกภัยได้ปีละ 17,000 ล้านบาท โดยโครงการดังกล่าวมีระยะเวลาทั้งสิ้น 8 ปีใช้งบประมาณ1.65 แสนล้านบาท ใช้งบประมาณจากหลายส่วน เช่น เงินกู้จากต่างประเทศ งบประจำปี หากผ่าน ครม.จะดำเนินการได้เลย เพราะมีการศึกษาจาก จากสภาพัฒน์ รวมถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมเรียบร้อยแล้ว



