
เมื่อเวลา 16.40 น. วันที่ 2 พ.ย. ที่ศูนย์ฟื้นฟูสภาพทางสังคมจังหวัดอุดรธานี ค่ายเสนีย์รณยุทธ (กก.ตชด.24) ตำบลหนองบัว อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ตรวจเยี่ยมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจรอย่างยั่งยืน (อุดรโมเดล พลัส)
โดยนายกฯ กล่าวว่า ศูนย์แห่งที่สองนี้สะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากยาเสพติดและสร้างโอกาสให้พวกเขาได้กลับมาใช้ชีวิตในสังคมได้มีคุณภาพอีกครั้งหนึ่ง ตนต้องขอขอบคุณฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ตำรวจ บุคลากรทางการแพทย์ องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นและภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ที่ร่วมกันดูแลความปลอดภัยของประชาชนและช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากยาเสพติดด้วยความทุ่มเทเสียสละ ทั้งนี้ ปัญหายาเสพติดเป็นเรื่องที่รัฐบาลของตนให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะผลกระทบไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะผู้ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดเท่านั้น แต่ส่งผลไปถึงครอบครัว ชุมชน และสังคม และการที่ครอบครัวมีสมาชิกในครอบครัวไปข้องเกี่ยวกับยาเสพติดถือเป็นความทุกข์อย่างใหญ่หลวง โดยครอบครัวต้องการพาคนที่รักของเขาเข้ารับการรักษา แต่บางคนก็ไม่ทราบว่าจะเข้าถึงความช่วยเหลือได้อย่างไรปัญหาเหล่านี้เป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องให้ความสำคัญและได้มีการดำเนินการจับกุมและปราบปรามผู้ค้ายาเสพติดอย่างเด็ดขาดและต่อเนื่อง
นายกฯ กล่าวต่อว่า การป้องกันและปราบปรามเพียงอย่างเดียวไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างรอบด้าน จำเป็นต้องมีระบบของการรักษาและฟื้นฟูผู้ที่ได้รับผลกระทบจากยาเสพติด รวมทั้งผู้ป่วยที่ต้องการความช่วยเหลือ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการกลับไปใช้ชีวิตและทำงานในสังคมได้อีกต่อไป ที่ผ่านมาเราพบว่าผู้ป่วยบางรายเมื่อมีอาการดีขึ้นจนสามารถออกจากการบำบัดรักษาได้แล้ว พร้อมที่จะกลับไปใช้ชีวิตตามปกติแล้วแต่เราต้องให้กำลังใจพวกเขาเพิ่มมากขึ้น เพราะสังคม ชุมชนและคนทั่วไปในบางครั้งก็ยังทำให้เขารู้สึกว่าเขาเป็นคนที่ยังมีความไม่สมบูรณ์อยู่ ดังนั้นเราต้องเสริมความพร้อมทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจและพฤติกรรมให้เขากลับไปใช้ชีวิตในสังคมและชุมชนได้อย่างมั่นคง ศูนย์ฟื้นฟูแห่งนี้ จึงเข้ามาตอบโจทย์ปัญหาเหล่านี้ที่เกิดขึ้นจริงในพื้นที่เพื่อดูแลฟื้นฟูผู้ได้รับการบำบัดอย่างต่อเนื่อง ทั้งทางด้านสุขภาพ พฤติกรรมระเบียบวินัย ทักษะการดำรงชีวิตและการฝึกอาชีพ เพื่อให้มีความพร้อมก่อนกลับไปอยู่กับครอบครัวและชุมชน ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดปัญหาซ้ำซาก
นายกฯ กล่าวอีกว่า ขอชื่นชมจังหวัดอุดรธานี สถานีตำรวจภูธรเมืองอุดรธานี บุคลากรทางการแพทย์และภาคีเครือข่ายทุกฝ่ายที่ได้ร่วมร่วมกันจัดตั้งศูนย์แห่งนี้ขึ้นมา เชื่อมั่นว่าผู้เข้ารับการฟื้นฟูทุกคนมีศักยภาพที่กลับมาเป็นกำลังของครอบครัวและสังคมได้ หากได้รับโอกาสพร้อมกับการดูแลที่เหมาะสมและกำลังใจอย่างต่อเนื่อง ขอเน้นย้ำว่าการดูแลหลังกลับบ้านคือสิ่งที่สำคัญมากที่สุด ขอให้นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อสม. ตำรวจ และหน่วยงานด้านสาธารณสุขร่วมกันติดตามดูแลให้กำลังใจพวกเขาอย่างใกล้ชิด เขาอาจจะยังต้องกินยาอย่างสม่ำเสมอ ต้องพบแพทย์ตามนัดอย่างต่อเนื่อง การประกอบอาชีพและการใช้ชีวิตประจำวันหากพบความผิดปกติหรือความเสี่ยงที่อาจกลับไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดก็ต้องรีบประสานความช่วยเหลือทันที เพื่อไม่ให้ปัญหากลับมาเกิดซ้ำอีก
นายกฯ กล่าวด้วยว่า สำหรับนโยบาย 1 อำเภอ 1 ศูนย์บำบัดฟื้นฟู อยากให้ทุกพื้นที่ได้นำแนวทางการทำงานที่เหมาะสมไปปรับใช้ตามบริบทและความพร้อมของแต่ละอำเภอ โดยให้ฝ่ายปกครอง ตำรวจและหน่วยงานสาธารณสุขทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด มีระบบคัดกรองส่งต่อรักษาฟื้นฟูและติดตามดูแลอย่างครบวงจรและต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงความช่วยเหลือได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดผลลัพธ์ที่ดีอย่างแท้จริง อย่างไรก็ตาม ของฝากถึงผู้เข้ารับการฟื้นฟูทุกคนด้วยว่าขอให้ใช้โอกาสนี้ในการฟื้นฟูและพัฒนาตนเองให้เต็มที่ เพราะเชื่อว่าด้วยความตั้งใจและความพยายามของท่านทุกคนจะสามารถก้าวผ่านช่วงเวลาอันเป็นอุปสรรคของชีวิตช่วงนี้ไปได้ ส่วนสมาชิกในครอบครัวและชุมชนขอให้ทุกท่านได้ช่วยกันเป็นกำลังใจและสนับสนุนต่อสู้ไปด้วยกัน กำลังใจจากคนใกล้ชิดเป็นพลังสำคัญอย่างยิ่ง ความเข้าใจการยอมรับและการให้โอกาสคือจุดเริ่มต้นที่สำคัญของการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนในชุมชนของเรา ต้องขอชื่นชมจริงๆ ตนนั่งรถเข้ามาในศูนย์ฟื้นฟูที่เขาเรียกค่ายเสนีย์รณยุทธ หรือกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดน 24 จังหวัด(กก.ตชด. 24) อุดรธานี ตนรู้สึกว่าเป็นสถานีที่เหมาะสมมากสำหรับการฟื้นฟู
นายกฯ กล่าวด้วยว่า ขอชื่นชมผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดนที่ไม่ทำให้พื้นที่ที่ท่านมีเหล่านี้เป็นพื้นที่ที่รกร้างว่างเปล่า แต่เราสามารถที่จะใช้พื้นที่เช่นนี้มาทำการฟื้นฟูผู้ที่ต้องถือว่าเป็นผู้ที่ด้อยโอกาส ผู้ที่หลงผิดซึ่งเป็นเรื่องที่อยู่ภายในการปฎิบัติหน้าที่ของพวกท่านทุกคน เราไม่จำเป็นต้องให้พวกเขาไปติดคุก ถ้าเรายังสามารถให้โอกาสพวกเขาได้และการมาอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีความเป็นมิตร ทำให้เขาสามารถฟื้นฟูจิตใจที่อ่อนแอของเขาที่หลงผิด ถ้าเราสามารถทำให้เขากลับมาเป็นคนใหม่ได้ เท่ากับว่าเราได้ทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์และไม่เป็นการภาระที่จะก่อให้อันตรายเป็นความเสี่ยงของสังคม ในคำกล่าวของตนมีพูดถึงว่าหากคนเหล่านี้ต้องกลับไปพบแพทย์ กลับไปรับการรักษา ก็ฝากปลัดกระทรวงสาธารณสุขและรมว.สาธารณสุขและผู้ที่เกี่ยวข้องด้านการแพทย์ทุกท่าน เราก็คงต้องให้ความสำคัญกับเขาเป็นพิเศษ เพราะคนเหล่านี้มีความอ่อนไหวและมีความไวต่อการถูกชักจูงไปในที่ที่ผิดได้ เขาต้องถามตัวเองว่าถ้าเป็นคนดีแล้วไม่ดี แล้วพยายามจะเป็นคนดีก็ยังถูกกีดกันยังถูกตีตรา ยังถูกตั้งข้อรังเกียจเดียดฉันท์ ถ้าเช่นนั้นก็กลับไปเป็นเหมือนเดิมดีกว่า สิ่งเหล่านี้มันก็จะทำให้ความพยายามของเราทั้งหมดที่พยายามจะฟื้นฟูตัวบุคคล และการป้องกันการติดยาเสพติดมันก็จะล้มเหลว แต่ถ้าเราให้โอกาสพวกเขา ให้เขารู้สึกว่าสักนิดว่าเขาเป็นคนที่เราให้ความสำคัญและให้การดูแลเอาใจใส่ เขาก็จะมีกำลังใจในการกลับไปเป็นพลเมืองที่ดี และเป็นตัวอย่างให้กับคนที่หลงผิดหรือคิดจะหลงผิด ให้เป็นวิทยากรคนที่มาคอยดูแลคนที่คิดจะไปในเส้นทางที่ติดยาเสพติด ถ้าเราปล่อยให้เขาไปเป็นปัญหาของสังคมอีกก็เท่ากับเราเปิดประตูให้อันตรายเข้ามาถึงเราด้วย เพราะไม่มีใครรู้ว่าวันหนึ่งเหยื่อของพวกเขาอาจจะตัวเราเองหรือเป็นคนในครอบครัวของเราก็ได้ สิ่งที่ดีที่สุดเรามีงบประมาณรัฐบาลให้ความสำคัญอย่างเต็มที่เรามีนโยบายที่ เป็นศัตรูกับกระบวนการยาเสพติดครบวงจร
ก็ขอให้พวกเราได้ทำหน้าที่นี้อย่างเต็มที่ใช้งบประมาณทุกบาททุกสตางค์ให้คุ้มค่า เพื่อรักษาสังคมของพวกเรา
นายกฯ กล่าวว่า ตนเชื่อมั่นว่าเราสามารถเอาชนะ สิ่งที่เป็นภัยต่อสังคมเช่นนี้ได้ ประชาชนส่วนใหญ่อยู่ข้างพวกเราอยู่แล้ว ถ้าเราทำให้เขาได้ทราบว่าเรามีความพร้อมในการป้องกันและปราบปรามอย่างเด็ดขาด สำหรับผู้ที่อยู่ในกระบวนการยาเสพติดเราจับกุมได้มากมาย แต่ละปีเราจับยาเสพติดมูลค่านับแสนล้านบาท เรามีประสิทธิภาพ อย่าคิดว่าเราไม่ได้ทำอะไร ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครองหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำงานอย่างเต็มที่ แม้กระทั่งประชาชนก็เป็นเบาะแสให้กับพวกเราเราทำงานอย่างเต็มที่ปราบปรามอย่างเต็มที่ เพียงแต่ว่ากระบวนการค้ายาเสพติดเครือข่ายเยอะมาก เพราะฉะนั้นเราต้องลดจำนวนยาเสพติดด้วยการปราบปรามอย่างเต็มที่และลดจำนวนผู้ที่จะใช้ยาเสพติดทั้งต้นทางและปลายทางให้ได้มันก็จะเกิดประโยชน์สูงสุด ลดด้านใดด้าน ด้านการการลักลอบนำเข้าเราปราบปรามมาตั้งแต่สมัยเอาเข้าทางภาคเหนือ ภาคตะวันตกตามตะเข็บชายแดน จนต้องเปลี่ยนทิศทางมาเข้าทางภาคอีสานหรืออ้อมไปเข้าทางพื้นที่อื่นๆทางเส้นทางธรรมชาติอื่นๆแต่ก็ไม่เหนือความสามารถของเจ้าหน้าที่ของเราจับได้ตลอด
”รัฐบาลชุดนี้มีความแน่วแน่ที่จะสนับสนุนภารกิจของทุกท่านต่อการปราบปราม ป้องกัน และพิชิตกำจัดกระบวนการค้ายาเสพติดอย่างเต็มความสามารถ ขอเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ทุกท่านได้มีความปลอดภัยในการปฏิบัติหน้าที่ และมีกำลังใจในการดำเนินการต่อไปอย่างไม่ย่อท้อ เพื่อให้ขบวนการค้ายาเสพติดหมดจากประเทศไทยให้ได้ในเร็ววัน” นายกฯ กล่าว
จากนั้นนายกฯ เยี่ยมชมศูนย์ และพบปะให้กำลังใจผู้ป่วยที่เข้ารับการบำบัดยาเสพติด



