สภาอุตสาหกรรมฯ หนุนทีมไทยเร่งปิดดีล เจรจาภาษีสหรัฐ

Date:

นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ส.อ.ท. สนับสนุนความพยายามของรัฐบาลในการเร่งรัดการเจรจาความตกลงการค้าต่างตอบแทนระหว่างไทยกับสหรัฐฯ หรือ Agreement on Reciprocal Trade (ART) ให้ได้ข้อสรุปโดยเร็ว โดยการหารือระหว่างคณะผู้แทนไทยกับฝ่ายสหรัฐฯ ซึ่งมีกำหนดระหว่างวันที่ 27 สิงหาคม-1 กันยายน 2569 นี้ ถือเป็นจังหวะสำคัญในการผลักดันประเด็นที่ยังคงค้างอยู่ โดยเชื่อมั่นว่า กระทรวงพาณิชย์ จะสามารถขับเคลื่อนการเจรจาไปสู่ข้อตกลงที่สมดุล เป็นธรรม และก่อให้เกิดประโยชน์ร่วมกันแก่ทั้งสองประเทศ

การเจรจาครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อภาคอุตสาหกรรม เนื่องจากในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 สหรัฐฯ เป็นตลาดส่งออกอันดับ 1 ของไทย มีมูลค่าการส่งออก 47,144.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 41.1 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และคิดเป็นสัดส่วนถึงร้อยละ 24.0 ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมดของไทย การสร้างความชัดเจนด้านภาษีและกติกาการค้า จึงมีผลโดยตรงต่อคำสั่งซื้อ การผลิต การจ้างงาน และการตัดสินใจลงทุนของผู้ประกอบการไทย 

โครงสร้างสินค้าที่ไทยส่งออกไปสหรัฐฯ ครอบคลุมหลายอุตสาหกรรมสำคัญ ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ ฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และอุปกรณ์กึ่งตัวนำ หม้อแปลงไฟฟ้า เครื่องจักรกล ผลิตภัณฑ์ยางและยางรถยนต์ ชิ้นส่วนยานยนต์ เครื่องปรับอากาศ อัญมณีและเครื่องประดับ ตลอดจนสินค้าเกษตรและอาหารแปรรูป สะท้อนว่าความสัมพันธ์ทางการค้าไทย-สหรัฐฯ เชื่อมโยงกับทั้งอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสมัยใหม่และอุตสาหกรรมหลักที่สร้างรายได้ให้กับประเทศไทย

ส.อ.ท. เห็นว่า เป้าหมายของ ART ไม่ควรจำกัดอยู่เพียงการลดอัตราภาษี แต่ควรมุ่งสร้างความแน่นอนทางการค้า ลดอุปสรรคและความเสี่ยงจากมาตรการทางการค้า ตลอดจนส่งเสริมการค้าและการลงทุนระหว่างไทยและสหรัฐฯ ให้ขยายตัวอย่างสมดุล โดยเปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจของทั้งสองประเทศสามารถเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน เพิ่มการลงทุน และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจร่วมกัน เพื่อให้ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจภายใต้ ART ก่อให้เกิดประโยชน์ร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน

สำหรับประเด็นการปรับสมดุลทางการค้า ควรพิจารณาความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจให้ครบทุกมิติ ไม่ใช่มองเฉพาะตัวเลขดุลการค้า เนื่องจากข้อมูลของรัฐบาลประเมินว่าอย่างน้อยร้อยละ 30 ของยอดเกินดุลการค้าของไทยกับสหรัฐฯ มาจากการส่งออกของบริษัทสหรัฐฯ ที่เข้ามาลงทุนและใช้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิต ซึ่งสร้างรายได้และผลตอบแทนกลับไปยังบริษัทแม่ ตลอดจนช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้ห่วงโซ่อุปทานของสหรัฐฯ ด้วย

ขณะเดียวกัน ไทยแสดงความพร้อมเพิ่มการนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ ในกลุ่มที่ประเทศมีความต้องการและผลิตได้ไม่เพียงพอ เช่น พลังงาน เครื่องบินและอุปกรณ์การบิน เครื่องจักรและอุปกรณ์เทคโนโลยีขั้นสูง เคมีภัณฑ์ ตลอดจนวัตถุดิบและสินค้าเกษตรบางประเภท อย่างไรก็ตาม การเพิ่มการนำเข้าควรดำเนินการตามความต้องการใช้จริง คำนึงถึงความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และไม่สร้างผลกระทบเกินสมควรต่อเกษตรกร SMEs และผู้ผลิตภายในประเทศ

ดังนั้น การเจรจา ART ไม่ควรถูกมองเป็นเพียงการแลกเปลี่ยนข้อเสนอด้านภาษี แต่ควรเป็นกรอบสร้างหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่ทำให้การค้า การลงทุน เทคโนโลยี และการจ้างงานเติบโตไปด้วยกันทั้งสองฝ่าย หากออกแบบได้อย่างสมดุล ข้อตกลงนี้จะช่วยรักษาตลาดส่งออกของไทย พร้อมเปิดพื้นที่ใหม่ให้บริษัทสหรัฐฯ และผู้ประกอบการไทยร่วมกันสร้างห่วงโซ่อุปทานแห่งอนาคต 

Share post:

spot_img
spot_img

Related articles

บสย. ต้อนรับ รมว.คลัง เปิดบูธ ‘บสย. พร้อมค้ำ พร้อมช่วย’ จ.อุดรธานี

บสย. ต้อนรับ รมว.คลัง เปิดบูธ ‘บสย. พร้อมค้ำ พร้อมช่วย’ งานประชุมติดตามการดำเนินงานตามนโยบายรัฐ จ.อุดรธานี

‘ส.อ.ท.’ ผนึก ‘กฟผ.’ เชื่อมพลังงานสู่อุตสาหกรรม ดัน Local Content

‘ส.อ.ท.’ ผนึก ‘กฟผ.’ ขับเคลื่อน Reinvent Thailand เชื่อมพลังงานสู่อุตสาหกรรม ดัน Local Content เปิดโอกาสผู้ผลิตและ SMEs สร้างมูลค่าเพิ่มเศรษฐกิจไทย

นายกฯ อนุทิน ตรวจเยี่ยมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์แก้ไขปัญหายาเสพติด

นายกฯ อนุทิน ตรวจเยี่ยมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์แก้ไขปัญหายาเสพติด ให้ความสำคัญระบบรักษาฟื้นฟูผู้ป่วย -เสริมความพร้อมให้กลับใช้ชีวิตในสังคมได้มั่นคง

‘ศุภจี’ มอบตรา Thai SELECT 1 ดาว ‘คีตกวี ดนตรี 4 ภาค’ ชูอัตลักษณ์อาหารไทยอุดรฯ

‘ศุภจี’ มอบตรา Thai SELECT 1 ดาว ‘คีตกวี ดนตรี 4 ภาค’ ชูอัตลักษณ์อาหารไทยอุดรฯ ต่อยอด Soft Power สร้างมูลค่าเพิ่มเศรษฐกิจไทย