‘ศุภจี’ ลุยอุดรฯ ‘ไทยช่วยไทย x Local Low Cost’

Date:

วันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมด้วยนายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ และผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ ลงพื้นที่จังหวัดอุดรธานี ในช่วงการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ระหว่างวันที่ 2–3 พฤศจิกายน 2569 เพื่อติดตามการดำเนินมาตรการช่วยเหลือประชาชนและผู้ประกอบการในพื้นที่ โดยตรวจเยี่ยมโครงการ “ไทยช่วยไทย x Local Low Cost” ณ ตั้งงี่สุน ซูเปอร์สโตร์ สาขาโพศรี อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี ซึ่งเป็นห้างค้าส่งค้าปลีกท้องถิ่นที่ดำเนินธุรกิจคู่ชาวอุดรธานีมายาวนานกว่า 70 ปี พร้อมหารือนายมิลินทร์ วีระรัตนโรจน์ ประธานกรรมการบริษัทตั้งงี่สุน ซูเปอร์สโตร์ และเยี่ยมชมการจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคราคาพิเศษ ตลอดจนสินค้าชุมชนและสินค้าเกษตรในพื้นที่ เพื่อสร้างโอกาสทางการค้าและช่วยลดภาระค่าครองชีพประชาชน

นางศุภจี กล่าวว่า โครงการ “ไทยช่วยไทย x Local Low Cost” เป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงพาณิชย์ โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้ากับห้างค้าส่งค้าปลีกท้องถิ่นทั่วประเทศ โดยมีเป้าหมายสำคัญในการดูแลประชาชนควบคู่กับการสร้างความเข้มแข็งให้ผู้ประกอบการท้องถิ่น ไม่ใช่เพียงการลดราคาสินค้าให้ผู้บริโภคเท่านั้น แต่ยังเป็นการดูแลกลไกการค้าตลอดห่วงโซ่ ตั้งแต่ผู้ผลิต ห้างค้าส่งค้าปลีก ร้านโชห่วย ไปจนถึงประชาชนผู้ซื้อสินค้า โดยมีห้างค้าท้องถิ่นเข้าร่วมกว่า 100 ร้านค้า รวมกว่า 800 สาขาทั่วประเทศ จัดกิจกรรมระหว่างวันที่ 1–15 พฤศจิกายน 2569 นำสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการดำรงชีพมาจำหน่ายในราคาพิเศษ ลดสูงสุดกว่า 60%

“โครงการนี้ได้ประโยชน์ทุกคน ห้างท้องถิ่นก็มียอดขายสูงขึ้น ประชาชนก็ซื้อสินค้าได้ในราคาที่ถูกลง ขณะที่ร้านเล็ก ๆ ร้านโชห่วยในพื้นที่ก็สามารถเข้ามาซื้อสินค้าในราคาค้าส่งไปกระจายต่อให้กับชุมชนได้ เป็นการทำให้ทั้งผู้ขายและผู้ซื้ออยู่ได้ร่วมกัน” นางศุภจี กล่าว

นางศุภจี กล่าวเพิ่มเติมว่า การดำเนินโครงการในครั้งนี้ยังให้ความสำคัญกับการนำสินค้าชุมชนและสินค้าเกษตรมาจำหน่ายผ่านเครือข่ายห้างท้องถิ่น โดยตั้งงี่สุนเป็นตัวอย่างของผู้ประกอบการที่รับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรในพื้นที่ เช่น ข้าวจากชาวนา นำมาบรรจุภายใต้แบรนด์ของห้างและช่วยกระจายสู่ตลาด ซึ่งเป็นการเพิ่มช่องทางจำหน่ายให้เกษตรกรและช่วยให้สินค้าในชุมชนเข้าถึงผู้บริโภคได้มากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงฤดูเก็บเกี่ยวข้าวนาปีที่กำลังดำเนินอยู่ในหลายพื้นที่ของจังหวัดอุดรธานี

ทั้งนี้ โดยในช่วงวันที่ 1–15 พฤศจิกายนนี้ ห้างที่เข้าร่วมจะจัดโปรโมชั่นลดราคาสินค้าเพิ่มเติมจากราคาปกติ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงสินค้าจำเป็นได้ในราคาประหยัด พร้อมกิจกรรมส่งเสริมการขายของผู้ประกอบการ เช่น การจับรางวัลช้อปฟรีมูลค่า 500 บาท เพื่อกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยและเพิ่มยอดขายให้กับห้างค้าท้องถิ่น

สำหรับการขยายผลมาตรการช่วยเหลือประชาชน กระทรวงพาณิชย์มุ่งเน้นการกระจายสินค้าให้เข้าถึงประชาชนทั่วประเทศ โดยร่วมมือกับเครือข่ายห้างค้าส่งค้าปลีกท้องถิ่น สถานีอำเภอกว่า 800 แห่ง และไปรษณีย์ไทย เพื่อเพิ่มช่องทางการกระจายสินค้าและช่วยให้ประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆ สามารถเข้าถึงสินค้าได้อย่างทั่วถึง ควบคู่กับการดำเนินมาตรการของรัฐบาลในการลดภาระค่าครองชีพ โดยกระทรวงพาณิชย์จะทำหน้าที่ดูแลความสมดุลของระบบการค้า ให้ทั้งผู้ประกอบการและประชาชนสามารถดำเนินชีวิตและประกอบธุรกิจได้อย่างเหมาะสม ท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจและราคาพลังงานที่ยังมีความผันผวน

“ขอเชิญชวนประชาชนเลือกซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นในราคาพิเศษจากห้างค้าส่งค้าปลีกท้องถิ่นที่เข้าร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทย x Local Low Cost” ได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 15 พฤศจิกายน 2569 เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนและสนับสนุนผู้ประกอบการท้องถิ่นให้มีรายได้เพิ่มขึ้น” นางศุภจี กล่าว

Share post:

spot_img
spot_img

Related articles

รมว.คลัง ลงพื้นที่ จ.อุดรธานี ตรวจเยี่ยม ธ.ก.ส. ลุยนโยบายรัฐ

รมว.คลัง ลงพื้นที่จังหวัดอุดรธานีก่อนเข้าร่วมประชุม ครม.สัญจร ตรวจเยี่ยมการดำเนินงาน ธ.ก.ส. ในการขับเคลื่อนโครงการตามนโยบายรัฐบาล

บสย. ต้อนรับ รมว.คลัง เปิดบูธ ‘บสย. พร้อมค้ำ พร้อมช่วย’ จ.อุดรธานี

บสย. ต้อนรับ รมว.คลัง เปิดบูธ ‘บสย. พร้อมค้ำ พร้อมช่วย’ งานประชุมติดตามการดำเนินงานตามนโยบายรัฐ จ.อุดรธานี

‘ส.อ.ท.’ ผนึก ‘กฟผ.’ เชื่อมพลังงานสู่อุตสาหกรรม ดัน Local Content

‘ส.อ.ท.’ ผนึก ‘กฟผ.’ ขับเคลื่อน Reinvent Thailand เชื่อมพลังงานสู่อุตสาหกรรม ดัน Local Content เปิดโอกาสผู้ผลิตและ SMEs สร้างมูลค่าเพิ่มเศรษฐกิจไทย

นายกฯ อนุทิน ตรวจเยี่ยมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์แก้ไขปัญหายาเสพติด

นายกฯ อนุทิน ตรวจเยี่ยมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์แก้ไขปัญหายาเสพติด ให้ความสำคัญระบบรักษาฟื้นฟูผู้ป่วย -เสริมความพร้อมให้กลับใช้ชีวิตในสังคมได้มั่นคง