‘ส.อ.ท.’ ผนึก ‘กฟผ.’ เชื่อมพลังงานสู่อุตสาหกรรม ดัน Local Content

Date:

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ขานรับแนวทางการเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศ ภายหลังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานได้กล่าวถึงทิศทางการพัฒนาพลังงานไทยภายในงาน Energy Symposium 2026 และในการประชุมคณะกรรมการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย โดยเน้นว่าประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงสำคัญของการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานไปสู่การใช้พลังงานสะอาด โดยมีการขยายตัวของการใช้พลังงานสะอาดจากปัจจุบันประมาณ 20 % ไปสู่การใช้พลังงานสะอาด 50 % ในอีก 10 ปีข้างหน้า โดยเฉพาะเรื่องของ Solar ที่มีการใช้สูงขึ้น 24,000 MW โดยจากจำนวนดังกล่าวจะเป็น Solar Roof 10,000 MW ส่วนที่เหลือจะเป็นการซื้อขายกันของภาคเอกชนในลักษณะของ Direct PPA เพื่อการเข้าถึงพลังงานสะอาด ซึ่งการเดินหน้าส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด จำเป็นต้องมีการพัฒนาและปรับปรุงโครงข่ายไฟฟ้าควบคู่กันไปด้วย เพื่อความมั่นคงด้านพลังงานและราคาที่แข่งขันได้

การเปลี่ยนผ่านดังกล่าวจะนำไปสู่การลงทุนด้านระบบผลิตไฟฟ้า โครงข่ายไฟฟ้า และเทคโนโลยีพลังงานจำนวนมาก ซึ่ง ส.อ.ท. เห็นว่าเป็นโอกาสสำคัญในการเชื่อมโยงเม็ดเงินลงทุนด้านพลังงานเข้ากับการพัฒนาฐานอุตสาหกรรมภายในประเทศ โดยเฉพาะการเพิ่มการใช้สินค้าและชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศไทย (Local Content) การเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยและ SMEs เข้าสู่ห่วงโซ่อุปทาน ตลอดจนการดึงดูดการลงทุนและถ่ายทอดเทคโนโลยีจากต่างประเทศ เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านพลังงานไม่เพียงสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน แต่ยังเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยควบคู่กันไป

ด้วยเหตุนี้ วันที่ 29 ตุลาคม 2569 นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) นายปณิธาน ปวโรฬารวิทยา เลขาธิการ ส.อ.ท. และนายชญานินทร์ โพธิวรคุณ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ จึงเข้าพบ ดร. นรินทร์ เผ่าวณิช ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และคณะผู้บริหาร ร่วมหารือแนวทางเชื่อมโยงแผนลงทุนด้านพลังงานกับการพัฒนาอุตสาหกรรมไทย เพิ่มการใช้สินค้าที่ผลิตภายในประเทศ และส่งเสริมการลงทุนในเทคโนโลยีที่ไทยยังขาด

ภารกิจการเข้าพบครั้งนี้เชื่อมโยงกับการขับเคลื่อน Reinvent Thailand โดยมีอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ (Smart Electronics) เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมายสำคัญ ซึ่ง ส.อ.ท. มุ่งขับเคลื่อนผ่าน 4 เสาหลัก ได้แก่ เสาที่ 1 ศูนย์ข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์ (Data Center & AI) เสาที่ 2 ระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) เสาที่ 3 เครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Smart & Green Appliances) และเสาที่ 4 ระบบนิเวศอุตสาหกรรมชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Parts Ecosystem) โดย กฟผ. มีบทบาทสำคัญทั้งด้านการผลิตไฟฟ้า การพัฒนาระบบส่ง และการรองรับเทคโนโลยีพลังงานใหม่ จึงสามารถเชื่อมโยงความต้องการอุปกรณ์และแผนลงทุนเข้ากับการพัฒนาฐานการผลิตในประเทศได้

นางพิมพ์ใจฯ เน้นย้ำว่างบประมาณจัดซื้อจัดจ้างและการลงทุนด้านพลังงานสามารถนำมาสร้าง GDP และมูลค่าเพิ่มให้เศรษฐกิจไทยได้อย่างเป็นรูปธรรม  หากมีกลไกส่งเสริมการใช้วัตถุดิบ ชิ้นส่วน และอุปกรณ์ที่ผลิตในประเทศ (Local Content) พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs เข้ามามีส่วนร่วมในห่วงโซ่อุปทาน เพื่อให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจภายในประเทศ (Local Contribution) ทั้งการสร้างงาน พัฒนาทักษะ และถ่ายทอดเทคโนโลยี โดยใช้ความต้องการของตลาดเป็นจุดตั้งต้นในการพัฒนาผู้ผลิตไทยและดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ เพื่อเปลี่ยนเม็ดเงินลงทุนให้เป็นประโยชน์กับคนไทยในระยะยาว

ด้าน กฟผ. แสดงความพร้อมสนับสนุนการใช้สินค้าที่ผลิตในประเทศ โดยคำนึงถึงมาตรฐาน คุณภาพ ราคา และความสามารถในการส่งมอบให้สอดคล้องกับแผนงาน ทั้งสองฝ่ายได้หารือถึงโอกาสในกลุ่มอุปกรณ์สำคัญ อาทิ หม้อแปลงไฟฟ้า สวิตช์เกียร์ อุปกรณ์ระบบส่ง และระบบกักเก็บพลังงาน รวมถึงการดึงดูดการลงทุนหรือร่วมทุนในผลิตภัณฑ์ที่ไทยยังมีข้อจำกัดด้านเทคโนโลยีและกำลังผลิต เพื่อรองรับความต้องการในประเทศและต่อยอดสู่ตลาดภูมิภาค

นอกจากนี้ ส.อ.ท. เสนอให้พิจารณาใช้กลไก Made in Thailand (MiT) สนับสนุนการใช้สินค้าที่ผลิตในประเทศ พร้อมเชื่อมโยงผู้รับเหมาออกแบบ จัดหา และก่อสร้าง (EPC) กับผู้ผลิตไทยและ SMEs เพื่อเพิ่มโอกาสเข้าร่วมโครงการด้านพลังงาน ตลอดจนหารือแนวทางส่งเสริมเครื่องใช้ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง เชื่อมโยงฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 กับแนวคิดแลกเครื่องเก่าเป็นเครื่องประหยัดไฟ และการจัดการซากอย่างเหมาะสมโดยเริ่มจากโครงการนำร่องเพื่อขยายผลต่อไป

สำหรับแนวทางดำเนินงานต่อไป กฟผ. พร้อมสนับสนุนข้อมูลรายการอุปกรณ์ ปริมาณความต้องการ และแผนลงทุนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เห็นความต้องการของตลาดล่วงหน้า และให้ ส.อ.ท. นำไปกำหนดผลิตภัณฑ์เป้าหมาย เพื่อพัฒนาความพร้อมของผู้ผลิตไทยและ SMEs พร้อมประสานสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และเครือข่ายพันธมิตรต่างประเทศ โดยเฉพาะญี่ปุ่น เพื่อจับคู่ธุรกิจและชักชวนนักลงทุนเข้ามาสร้างฐานการผลิตในประเทศ เพิ่ม Local Content และสร้างมูลค่าเพิ่มให้เศรษฐกิจไทย

Share post:

spot_img
spot_img

Related articles

นายกฯ อนุทิน เปิดงานพืชสวนโลก 2569  จ.อุดรธานี

นายกฯ อนุทิน เปิดงานพืชสวนโลก 2569  จ.อุดรธานี หวังให้เกษตร นักวิจัย ผู้ประกอบการ นานาประเทศ แลกเปลี่ยนความรู้ -ต่อยอด พร้อมยกระดับภาคอีสาน

รมว.คลัง ลงพื้นที่ จ.อุดรธานี ตรวจเยี่ยม ธ.ก.ส. ลุยนโยบายรัฐ

รมว.คลัง ลงพื้นที่จังหวัดอุดรธานีก่อนเข้าร่วมประชุม ครม.สัญจร ตรวจเยี่ยมการดำเนินงาน ธ.ก.ส. ในการขับเคลื่อนโครงการตามนโยบายรัฐบาล

บสย. ต้อนรับ รมว.คลัง เปิดบูธ ‘บสย. พร้อมค้ำ พร้อมช่วย’ จ.อุดรธานี

บสย. ต้อนรับ รมว.คลัง เปิดบูธ ‘บสย. พร้อมค้ำ พร้อมช่วย’ งานประชุมติดตามการดำเนินงานตามนโยบายรัฐ จ.อุดรธานี

นายกฯ อนุทิน ตรวจเยี่ยมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์แก้ไขปัญหายาเสพติด

นายกฯ อนุทิน ตรวจเยี่ยมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์แก้ไขปัญหายาเสพติด ให้ความสำคัญระบบรักษาฟื้นฟูผู้ป่วย -เสริมความพร้อมให้กลับใช้ชีวิตในสังคมได้มั่นคง