CKPower ประสบความสำเร็จในการเสนอขาย Green Bond

Date:

นายธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKPower (ชื่อย่อหลักทรัพย์: CKP) หนึ่งในผู้ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคและมีคาร์บอนฟุตพรินต์ที่ต่ำที่สุดรายหนึ่ง เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 27 – 29 เมษายนที่ผ่านมา CKPower ประสบความสำเร็จในการเสนอขายหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green Debentures) ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ จำนวน 3 ชุด มูลค่ารวม 5,000 ล้านบาท โดยมียอดจองเกินวงเงินที่เสนอขายมากกว่า 2 เท่า ซึ่งสะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อศักยภาพการดำเนินธุรกิจและทิศทางการเติบโตของบริษัท ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก

“CKPower ขอขอบคุณนักลงทุนทุกท่านที่ให้ความไว้วางใจและเชื่อมั่นในหุ้นกู้และการดำเนินงานของบริษัท รวมถึงผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ซึ่งประกอบด้วย ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) และบริษัทหลักทรัพย์เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) ที่มีส่วนสำคัญในการสนับสนุนให้การออกหุ้นกู้ในครั้งนี้ประสบความสำเร็จและได้รับความสนใจจากนักลงทุนเป็นอย่างมาก สะท้อนความเชื่อมั่นต่อพื้นฐานธุรกิจที่แข็งแกร่งของบริษัท และแนวทางการดำเนินธุรกิจพลังงานหมุนเวียนที่มุ่งสร้างความมั่นคงทางพลังงานควบคู่กับการเติบโตอย่างยั่งยืน” นายธนวัฒน์กล่าว

สำหรับหุ้นกู้ของ CKPower ในครั้งนี้ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือโดยทริสเรทติ้งที่ “A-” แนวโน้มคงที่ ซึ่งเท่ากับอันดับเครดิตองค์กร และได้รับการจัดประเภทเป็น “หุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green Debentures)” ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐาน Green Bond Principles 2021, Green Loan Principles 2025 และ Thailand Taxonomy 2023 และได้ผ่านการสอบทานโดยองค์กรรับรองมาตรฐานชั้นนำของโลก DNV ในฐานะผู้สอบทานอิสระ (Independent External Reviewer) สะท้อนถึงมาตรฐานการระดมทุนที่มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และสอดคล้องกับแนวปฏิบัติในระดับสากล โดยหุ้นกู้มีจำนวน 3 ชุด ประกอบด้วย

• หุ้นกู้อายุ 4 ปี จำนวน 2,500 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 2.89 ต่อปี

• หุ้นกู้อายุ 7 ปี จำนวน 1,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 3.46 ต่อปี โดยผู้ออกหุ้นกู้มีสิทธิไถ่ถอนหุ้นกู้ก่อนวันครบกำหนด และ

• หุ้นกู้อายุ 10 ปี จำนวน 1,500 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 3.75 ต่อปี โดยผู้ออกหุ้นกู้มีสิทธิไถ่ถอนหุ้นกู้ก่อนวันครบกำหนด

เงินที่ได้รับจากการเสนอขายหุ้นกู้ครั้งนี้จะนำไปใช้ในการลงทุนในโครงการไฟฟ้าพลังน้ำ หลวงพระบาง ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้าง เพื่อเสริมสร้างเสถียรภาพทางพลังงานของประเทศไทย และรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานหมุนเวียนที่สอดคล้องกับทิศทางพลังงานของโลก ความสำเร็จในการเสนอขายครั้งนี้ยังตอกย้ำบทบาทของ CKPower ในฐานะผู้ออก Green Bond ที่เชื่อมโยงการระดมทุนเข้ากับการพัฒนาโครงการพลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม

นายธนวัฒน์กล่าวว่า สำหรับแผนงาน 5 ปี (2569-2573) CKPower ตั้งเป้าขยายกำลังการผลิตจากโครงการไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ ทั้งในรูปแบบ Private PPA และการยื่นประมูลโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนจากภาครัฐ ควบคู่ไปกับการขายใบรับรองการผลิตพลังงานหมุนเวียน (RECs) ขณะที่โครงการไฟฟ้าพลังน้ำ หลวงพระบาง มีความคืบหน้าการก่อสร้าง ณ สิ้นปี 2568 ที่ร้อยละ 65 และคาดว่าจะสามารถจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (COD) ได้ตามแผนในปี 2573 ทั้งนี้ CKPower พร้อมสนับสนุนและผลักดันให้เกิดการคิดค้นและพัฒนานวัตกรรมการลดการใช้พลังงาน เพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตไฟฟ้า และสร้างความตระหนักรู้ด้านการอนุรักษ์พลังงานตลอดห่วงโซ่คุณค่า เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจบนสมดุลของความมั่นคงทางพลังงาน การสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสม และการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน รวมทั้งสนับสนุนทิศทางการลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิลและการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบพลังงานคาร์บอนต่ำ เพื่อขับเคลื่อนองค์กรสู่เป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2593

เกี่ยวกับ “บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKPower”

บริษัทประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานประเภทต่าง ๆ 3 ประเภท จำนวน 18 แห่ง รวมขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 3,640 เมกะวัตต์ ประกอบด้วย (1) โรงไฟฟ้าพลังน้ำ 3 แห่ง คือ โรงไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำงึม 2 ภายใต้ บริษัท ไฟฟ้าน้ำงึม 2 จำกัด ซึ่งบริษัทถือหุ้น 46% (ถือผ่าน บริษัท เซาท์อีสท์ เอเชีย เอนเนอร์จี จำกัด) ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 615 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี ภายใต้ บริษัท ไซยะบุรี พาวเวอร์ จำกัด ซึ่งบริษัทถือหุ้น 42.5% ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 1,285 เมกะวัตต์ และ โครงการไฟฟ้าพลังน้ำ หลวงพระบาง ภายใต้ บริษัท หลวงพระบาง พาวเวอร์ จำกัด ซึ่งบริษัทถือหุ้น 50% ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 1,460 เมกะวัตต์ (2) โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม 2 แห่ง ภายใต้ บริษัท บางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น จำกัด ซึ่งบริษัทถือหุ้น 65% ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 238 เมกะวัตต์ และ (3) โรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ 13 แห่ง ภายใต้ บริษัท บางเขนชัย จำกัด ซึ่งบริษัทถือหุ้น 100% จำนวน 11 แห่ง ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 28 เมกะวัตต์ ภายใต้บริษัท นครราชสีมา โซล่าร์ จำกัด ซึ่งบริษัทถือหุ้น 30% จำนวน 1 แห่ง ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 6 เมกะวัตต์ และภายใต้บริษัท เชียงราย โซล่าร์ จำกัด ซึ่งบริษัทถือหุ้น 30% จำนวน 1 แห่ง ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 8 เมกะวัตต์

Share post:

spot_img
spot_img

Related articles

ออมสิน ถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจำปี 2569

ออมสิน ถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจำปี 2569 มอบเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ ให้กับโรงเรียน

นายกฯ อนุทิน กำชับ ผบ.ตร.ดูแลมวลชน ใช้ความละมุนละม่อม

นายกฯ อนุทิน กำชับ ผบ.ตร.ดูแลมวลชน ใช้ความละมุนละม่อม ยินดีรับฟังข้อเรียกร้องที่มีเหตุผล ไม่ติดหากต้องไปรับเรื่องด้วยตัวเอง

‘กรณ์’ แนะรัฐบาลแก้ปัญหาน้ำมันแพง รายย่อยเข้าไม่ถึงสินเชื่อ

‘กรณ์’ แนะรัฐบาลแก้ปัญหาน้ำมันแพง และรายย่อยเข้าไม่ถึงสินเชื่อ หลังของแพงเงินเฟ้อพุ่ง

นายกฯ อนุทิน สั่งทุกฝ่ายเตรียมรับมือภัยไซเบอร์

นายกฯ อนุทิน ลั่นต้องตามเทคโนโลยีให้ทัน สั่งทุกฝ่ายเตรียมรับมือภัยไซเบอร์แล้ว ย้ำ บริษัท-ห้างร้าน ต้องมีมาตรการป้องกัน