กสิกรไทย เป็นธนาคารที่ดีที่สุดของไทย 2 ปีติดต่อกัน 

Date:

ธนาคารกสิกรไทย ได้รับเลือกให้รับรางวัลธนาคารที่ดีที่สุดของไทย (Thailand’s Best Bank) ประจำปี 2568 เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน จากการประกวด Euromoney Awards for Excellence 2025 ซึ่งเป็นรางวัลในวงการการเงินที่ได้รับความเชื่อถือสูงสุดรางวัลหนึ่งของโลก ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนการเติบโตที่ยั่งยืน ด้วยการยกระดับและปลดล็อกศักยภาพของทุกชีวิตและธุรกิจ นำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่ตอบโจทย์ พร้อมนวัตกรรมดิจิทัล ให้ลูกค้าได้ใช้บริการอย่างสะดวกและปลอดภัยในทุกที่ ทุกเวลา โดยใช้ยุทธศาสตร์ “3+1 and Productivity Strategy” พัฒนาโซลูชันทางการเงินที่ลูกค้าไว้วางใจและมีนวัตกรรม ทั้งในประเทศไทยและภูมิภาค ASEAN+3   

ยูโรมันนี่ (Euromoney) นิตยสารด้านการเงินชั้นนำระดับโลกได้เปิดเผยผลการพิจารณารางวัลในโครงการ Euromoney Awards for Excellence 2025 ซึ่งจัดขึ้นต่อเนื่องกว่า 30 ปี เพื่อยกย่องธนาคารและบุคลากรในแวดวงการเงินที่มีความโดดเด่น โดยปัจจุบันถือเป็นหนึ่งในรางวัลสำคัญที่สุดของอุตสาหกรรมการเงินระดับโลก ที่ได้รับความเชื่อถืออย่างสูง โดยในปี 2568  นี้ มีธนาคารกว่า 600 แห่ง จากราว 100 ประเทศทั่วโลก ส่งข้อมูลเข้าร่วมรับการพิจารณารางวัล สำหรับประเทศไทย ยูโรมันนี่ได้ประกาศให้ธนาคารกสิกรไทยได้รับรางวัลธนาคารที่ดีที่สุดของไทย (Thailand’s Best Bank) ประจำปี 2568 เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน จากความสำเร็จในการดำเนินยุทธศาสตร์ ‘3+1 และ Productivity Strategy’ ที่ส่งผลให้ธนาคารมีผลการดำเนินงานทางการเงินที่แข็งแกร่ง และความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมดิจิทัลสำหรับลูกค้ารายย่อย สามารถขับเคลื่อนธุรกิจอย่างมั่นคงท่ามกลางความไม่แน่นอนและความท้าทายทางเศรษฐกิจของไทย 

รางวัลดังกล่าวตอกย้ำความสำเร็จของธนาคารกสิกรไทยที่สามารถครองความเป็นผู้นำบริการทางการเงินในมิติต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง อาทิ #1 ด้านบริการธนาคารดิจิทัลในประเทศไทย #1 ด้านกองทุนรวม (มูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร) #1 ด้านบริการไพรเวทแบงก์กิ้ง (จำนวนลูกค้า) #1 ด้านบัตรเครดิต (ยอดการใช้จ่าย) #1 ด้านคะแนนความนิยมของแบรนด์ (Brand Net Promoter Score) และ K PLUS แพลตฟอร์มโมบายแบงก์กิ้งของธนาคาร ที่มีผู้ใช้งานมากที่สุดในประเทศไทยกว่า 23 ล้านราย และรองรับธุรกรรมออนไลน์มากกว่าหนึ่งในสามของทั้งประเทศ

นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า การได้รับรางวัลธนาคารที่ดีที่สุดของไทยจากยูโรมันนี่เป็นปีที่สองติดต่อกัน ถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งและเป็นกำลังใจสำคัญให้ธนาคารมุ่งมั่นพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงและความท้าทายที่เกิดขึ้น อีกทั้งความสำเร็จในครั้งนี้สะท้อนถึงความร่วมแรงร่วมใจของทุกคนในองค์กร ที่ยึดมั่นในยุทธศาสตร์ ‘3+1 และ Productivity Strategy’ ซึ่งเน้นการเติบโตอย่างสมดุล มีประสิทธิภาพ และยั่งยืน เราเชื่อว่าการนำเทคโนโลยีมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ไม่เพียงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน แต่ยังช่วยให้สามารถส่งมอบบริการที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้อย่างแท้จริง โดยตลอด 80 ปีที่ผ่านมา ความไว้วางใจจากลูกค้าเป็นแรงผลักดันสำคัญ และเราจะยังคงเดินหน้าสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ เพื่อให้ ‘ทุกความประทับใจ…ยังคงไปได้อีก’ อย่างมั่นคงและยั่งยืน

ยุทธศาสตร์ “3+1 and Productivity Strategy” คือ แผนการดำเนินงานและเป้าหมายทางธุรกิจที่ธนาคารกสิกรไทยดำเนินการต่อเนื่องจากปี 2567  โดยมุ่งเน้นไปที่การเติบโตอย่างสมดุลและมีประสิทธิภาพประกอบด้วยยุทธศาสตร์หลัก 3 ด้าน คือ การยกระดับและเพิ่มประสิทธิภาพด้านสินเชื่อ การขยายธุรกิจที่สร้างรายได้ค่าธรรมเนียม การเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับช่องทางต่าง ๆ  และ ‘บวกหนึ่ง’ คือการสร้างแหล่งรายได้ใหม่ในระยะกลางและระยะยาว โดยสิ่งที่ธนาคารเน้นเพิ่มขึ้นในปี 2568 นี้ คือ ยุทธศาสตร์ Productivity ซึ่งเป็นการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีขั้นสูงและปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อเพิ่มผลิตภาพจากการดำเนินงาน และตอบโจทย์การใช้ชีวิต มอบประสบการณ์บริการอย่างไร้รอยต่อและปลอดภัยให้กับลูกค้ามากยิ่งขึ้น

Share post:

spot_img
spot_img

Related articles

ออมสิน ถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจำปี 2569

ออมสิน ถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจำปี 2569 มอบเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ ให้กับโรงเรียน

นายกฯ อนุทิน กำชับ ผบ.ตร.ดูแลมวลชน ใช้ความละมุนละม่อม

นายกฯ อนุทิน กำชับ ผบ.ตร.ดูแลมวลชน ใช้ความละมุนละม่อม ยินดีรับฟังข้อเรียกร้องที่มีเหตุผล ไม่ติดหากต้องไปรับเรื่องด้วยตัวเอง

‘กรณ์’ แนะรัฐบาลแก้ปัญหาน้ำมันแพง รายย่อยเข้าไม่ถึงสินเชื่อ

‘กรณ์’ แนะรัฐบาลแก้ปัญหาน้ำมันแพง และรายย่อยเข้าไม่ถึงสินเชื่อ หลังของแพงเงินเฟ้อพุ่ง

นายกฯ อนุทิน สั่งทุกฝ่ายเตรียมรับมือภัยไซเบอร์

นายกฯ อนุทิน ลั่นต้องตามเทคโนโลยีให้ทัน สั่งทุกฝ่ายเตรียมรับมือภัยไซเบอร์แล้ว ย้ำ บริษัท-ห้างร้าน ต้องมีมาตรการป้องกัน