
วันที่ 8 ตุลาคม 2569) เวลา 13.30 น. ณ ห้องรับรอง ชั้น 2 ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นำ ดร. ธานี บิน อาเหม็ด อัล เซยูดี (H.E. Dr. Thani bin Ahmed Al Zeyoudi) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าต่างประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) เข้าเยี่ยมคารวะนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อรายงานความสำเร็จในการเจรจาจัดทำความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ (Comprehensive Economic Partnership Agreement: CEPA) เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่ประเทศไทยในระยะยาว
ทั้งสองฝ่ายแสดงความยินดีต่อความสำเร็จในการสรุปผลการเจรจาจัดทำความตกลง CEPA ระหว่างไทยกับ UAE เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 ซึ่งเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศ โดยคาดว่าจะสามารถลงนามความตกลงได้ภายในไตรมาสแรกของปี 2570 ซึ่งจะเปิดโอกาสทางการค้า เพิ่มช่องทางการส่งออกสินค้าและบริการไทยสู่ตลาด UAE และต่อยอดการขยายตลาดไปยังภูมิภาคตะวันออกกลาง อันจะช่วยเพิ่มมูลค่าการค้าและสร้างโอกาสใหม่ให้แก่ผู้ประกอบการไทยในอนาคต
โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีสนับสนุนความร่วมมือระหว่างไทย-สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ในสาขาที่มีศักยภาพร่วมกันโดยเฉพาะพลังงาน ความมั่นคงทางอาหาร อุตสาหกรรมแห่งอนาคต ซึ่งจะช่วยยกระดับขีดความสามารถของอุตสาหกรรมไทย และเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจในระยะยาว ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรียังเห็นถึงโอกาสของภาคเอกชนไทย และพร้อมที่จะสนับสนุนให้เข้าไปลงทุนใน UAE เพิ่มเช่นกัน ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าต่างประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) กล่าวยืนยันในการเป็นหุ้นส่วนสำคัญของไทย ในการเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงาน และจะมีการขยายการลงทุนเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจแห่งอนาคต และส่งเสริมการเติบโตอย่างยั่งยืนของทั้งสองประเทศ
ในช่วงท้าย นายกรัฐมนตรียืนยันไทยพร้อมที่จะผลักดันความตกลง CEPA ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม เพื่อเพิ่มโอกาสทางการค้าและการลงทุนให้แก่ภาคธุรกิจและประชาชนไทย โดย CEPA ถือเป็นความสำเร็จในการเจรจาจัดทำความตกลงความเป็นหุ้นส่วนการค้า มั่นใจว่า ไทยจะประสบความสำเร็จในการเจรจาความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจและเขตการค้าเสรี (FTA) ระหว่างไทย กับประเทศอื่น ๆ ในอนาคต อีกด้วย

“ศุภจี” เผย UAE หารือ นายกฯ จ่อลงนาม FTA เพิ่มโอกาสส่งออกสินค้าไทย
เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 8 ต.ค.ที่ทำเนียบรัฐบาล นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ เปิดเผยภายหลังนำรมต. สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) เข้าพบ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ว่า เป็นการหารือร่วมกับรัฐมนตรีของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ที่มาเยือนประเทศไทย โดยได้พูดคุยเจรจาทางการค้า ที่ต่อเนื่องมาตั้งแต่ปีพ.ศ 2566 และได้ข้อสรุปในการเจรจาภาษีการค้า FTA เรียบร้อยแล้ว จึงนำมาแจ้งให้นายกรัฐมนตรี รับทราบ ส่วนจะมีการลงนามในข้อตกลงได้เมื่อไหร่นั้น จะต้องมีกระบวนการตรวจทานและขัดเกลาถ้อยคำทางกฎหมาย (Legal Scrubbing)โดยใช้ระยะเวลา 2-3 เดือน จึงจะลงนามได้ ทั้งนี้ยูเออีเป็นประเทศแรกที่มีการลงนามกับไทย และได้ประโยชน์ซึ่งกันและกัน และปัจจุบันไทยมีการนำเข้าพลังงานจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์อยู่แล้ว แต่สำหรับสินค้าที่ส่งออกไปจากไทยยังมีไม่มาก การทำข้อตกลงครั้งนี้จะเป็นการเพิ่มโอกาส และมูลค่าให้กับสินค้าอื่นๆ โดยจากประมาณการที่ศึกษาคาดว่าจะมีมูลค่าการค้า เพิ่มขึ้นประมาณ 10,000-12,000 ล้านบาท ตรงนี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการขนาดกลาง และขนาดย่อม รวมถึงเกษตรกร
นางศุภจี กล่าวว่า ทางสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แจ้งว่า เมื่อมีการลงนามข้อตกลงกับไทยแล้ว ยังมีความสนใจลงทุนเพิ่มเติมในสาขาต่างๆ เช่น ด้านพลังงาน อาหารแปรรูป Data Center และ SME โดยการเปิดแพลตฟอร์มเพื่อนำสินค้าของไทยเข้าไปขายในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยคาดการณ์ว่าจะลงนามได้ในช่วงต้นปีหน้า



